ุดมาถึงจวนตระกูลเจียง ดึงแขนเสื้อนางพลางร้องห่ม ร้องไห้โขกหัวกับพื้นไม่ทราบว่ากี่ส่วนจริงใจ กี่ส่วนเป็นการแสดงปากของเขาพร่ำแต่ คำพูดไร้แก่นสารทำนองว่า‘เจ้าไปแล้วต่อไปข้าจะพึ่งผู้ใดเล่า’ ‘เจ้าทิ้งข้าไว้แล้วออกไปท่องอิสระเพียงผู้เดียวลงได้เยี่ยงไร’‘ที่เคยกล่าวว่าจะคุ้มกะลาหัวข้าเสียดิบดีเล่า’ แต่ตอแยได้ไม่นานก็ถูกเจียงปั๋อโหยวซึ่งรุดมาทันทีที่ได้ ข่าวสั่งคนระดมเอาไม้ฟาดไล่เขาออกไป
เจียงเสวี่ยหนิงไม่รู้สึกกระไรนัก คิดในใจว่านิสัยอย่างเซียวติ้งเฟยซึ่ง งอได้ยืดได้ ให้เป็นคนก็ไหวให้เป็นผีก็เอา อยู่ไหนไม่มีทางตกที่นั่งลำบากมากนักหรอก จึงไม่เก็บคำพูดเขามาคิดเป็นจริงเป็นจัง
ครั้นเซียวติ้งเฟยไปแล้ว นางกลับลังเลขึ้นมาแทนล้วนจัดการหมดเรียบร้อย เหลือผู้เดียวที่นางลำบากใจ
นั่นคือเซี่ยเวย
ชาติที่แล้วเขาก่อกบฏ ล้างบางเชื้อพระวงศ์สังหารตระกูลเซียว ย้อมโลหิตทั่วหล้า แม้นางจะเป็นฝั่ายหาเรื่องใส่ตัว แต่เมื่อตกต่ำถึงขั้นยอมปลิดชีพตน ถึงอย่างไรก็ยังหวาดกลัวเซี่ยเวยอยู่ดี
ตอนหว่านเหนียงเพิ่งลาโลก นางเคยร่วมทางกับคนผู้นี้ระหว่างถูก รับตัวกลับเมืองหลวง ไม่ว่าอะไรที่ไม่น่าดูชมของนางล้วนถูกอีกฝั่ายล่วงรู้นางจึงยังนึกชิงชังอยากหลีกลี้หนีหน้า
ชาตินี้นางเปลี่ยนนิสัยหัวดื้อขวางโลก ลงได้เป็นลง เอาใจได้เป็นเอาใจ กลับกลายเป็นศิษย์อาจารย์กับเขา เคยทั้งเป็นฝั่ายช่วยเหลือและรับความ ช่วยเหลือ นอกเหนือจากความหวาดกลัวชิง