ได้เจ้าเล่ห์ยิ่งกว่าอะไร “แหม ๆแขกสูงศักดิ์ยากจะ มาเยือน นี่มันคุณหนูรองเจียงมิใช่หรือ มาทำพิณหรือซื้อพิณเล่า หรือว่าจะมาสนทนาเรื่องหุ้นกับข้า”
ครั้นได้ยินคำพูดดังกล่าวเจียงเสวี่ยหนิงก็ทราบทันควันว่าหลี่ว์จ้าวอิ่นยังฝังใจเรื่องการแลกเปลี่ยนหุ้นนาเกลือตระกูลเหรินในวันวาน ยิ่งดูสีหน้า ยิ่งรู้ว่าในสายตาอีกฝั่ายนางก็ไม่ต่างอะไรกับแกะอวบ ๆ รอวันโดนเชือด
เคยเป็นถึงจิ้นซื่อที่สภาฮั่นหลินหมายตา ไฉนกลับกลายมามีน้ำหน้าอย่างพ่อค้าหน้าเลือดสนแต่กำไรเช่นนี้ได้นะ
เจียงเสวี่ยหนิงไม่ได้ยิ้ม “ซื้อพิณ”
หลี่ว์เสี่ยนออกอาการผิดหวัง แต่พอคิดอีกทางก็เริ่มคึกคัก “เยี่ยมไป เลย ช่วงไม่กี่เดือนมานี้ร้านข้าได้พิณดีที่ไม่เลวมาหลายคันเชียว ข้าคิดมาตั้งนานแล้ว เจียวอันเมื่อปีก่อนของคุณหนูใช้มาเกินครึ่งปี สมควรเปลี่ยน สักที ท่านมาดูสองสามคันนี้เถิด ชักเงาเนื้อละเอียด ประณีตงามสง่าเหมาะเจาะกับบุตรีตระกูลใหญ่อย่างท่านพอดี…”
มุมปากเจียงเสวี่ยหนิงกระตุกเบา ๆ “พิณนี้มิได้เลือกให้สตรี”
หลี่ว์เสี่ยนร้อง “อ้อ” รีบชี้พิณที่แขวนบนผนังอีกด้าน เริ่มแนะนำ อย่างเอาอกเอาใจ “พิณสำหรับวิญูชนล้วนอยู่ด้านนี้ ท่านลองดูคันนี้สิทำมาจากไม้จวี่ ได้ช่างทำพิณแขนเดียวจากเหอหยางทุ่มเทกายใจสองปีประดิษฐ์ขึ้น เทียบกับเจียวอันที่คุณหนูรับกลับไปเมื่อคราวก่อนแม้จะ ด้อยกว่าบ้าง แต่มอบเป็นของขวัญได้ไม่น้อยหน้าแน่นอน…”
เจียงเสวี่ยหนิง “…”
นางมองหล