พรที่ตนมองตลอดคืนและซ่อนในแขนเสื้อเป็นเวลานานลงบนโต๊ะอย่างเบามือ แล้วคลี่แผ่นกระดาษทับบนถุงผ้าแพรอีกที “ในเมื่อใต้เท้าจางบอกไม่ได้เช่นนั้นให้ข้าเป็นคนบอกท่านดีหรือไม่”
จางเจอหลับตา
เจียงเสวี่ยหนิงนัยน์ตาแดงก่ำ พูดเน้นทีละคำอย่างเกือบจะดุดัน “คนที่ท่านชอบผู้นี้ความสามารถมิอาจสู้รูปโฉม นิสัยเลวร้ายเหลือแสนและไม่ใช่คนดี…นางแซ่เจียง นามว่าเจียงเสวี่ยหนิง!”
‘ข้ายินดีมอบใจให้จันทร์กระจ่าง[3]’
คราบหมึกที่ยังใหม่เป็นระเบียบเรียบร้อยอย่างหาได้ยากซึมลงบนกระดาษแผ่นนั้น
แต่หัวใจของจางเจอกลับคล้ายมีรอยแผลสลักทิ้งไว้เป็นร้อยพันเจียงเสวี่ยหนิงถามอย่างดึงดัน “ไยท่านบอกว่าไม่ชอบข้า ไยท่านกล้าบอกว่าไม่ชอบข้า”
จางเจอนึกถึงชาติที่แล้ว
นางผู้มีชีวิตชีวา นางผู้เจิดจ้าเฉิดฉัน นางผู้เป็นที่โจษจัน นางผู้กระทำตามอำเภอใจ ขณะนั้นเขาไม่อาจสะกดหัวใจที่คิดจะล้ำเส้น ต้องการเข้าหานาง ทว่าสุดท้าย…
ภูผาหยกทลาย ฉากผ้าแพรขาดสะบั้น
ดวงใจภายในทรวงอกเขาคล้ายถูกคำพูดอันแหลมคมของนางกรีดควักอยู่บนปลายมีดจนหลั่งโลหิต ความทุกข์ทรมานอันล้นเหลือเอ่อท้นถึงลำคอจากนั้นก็ย้อนกลับลงไป ภายในช่องท้องเต็มไปด้วยความขมขื่นรวดร้าว
สุดท้ายแจกันดอกเหมยก็เคยแตกอยู่ดี
เขาทอดสายตามองนางประหนึ่งมองตั้งแต่ชาติก่อนจวบจนชาตินี้ สุดท้ายจึงเปล่งเสียงเรียกด้วยสุ้มเสียงแหบพร่าทุ้มต่ำ “ฮองเฮา…”
ฮองเฮา
ไยคนตรงหน้าถึงเรียกข้าว่า ‘ฮองเฮา’
เจียงเสวี่ยหนิงส