ับสนงุนงงก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นก็หน้ามืดวิงเวียน สองพยางค์อันแผ่วเบาเคลื่อนจากหูไปสู่ใจนาง ภาพของจางเจอที่อยู่เบื้องหน้าขยับวูบไหวเล็กน้อย แสงตะวันที่ทาบทอเข้ามาขาวโพลนประหนึ่งมีไอหมอกพวยพุ่งภายในห้อง ทำให้ทุกสิ่งโดยรอบพร่ามัวไม่แจ่มชัดกระทั่งว่ายังเกิดเสียงครืนครั่นดังกึกก้อง
นางส่ายศีรษะโดยไม่รู้ตัว
เป็นไปได้อย่างไร
ต้องหูฝาดแน่…
ทว่ากลับมีเสียงหนึ่งกำลังหัวเราะเยาะเย้ยอยู่ในใจ ‘เจ้ารู้ เจ้าสมควรรู้ตั้งแต่แรกแล้ว! ชาตินี้พวกเจ้าได้รู้จักกันนานสักเท่าใดเชียว แล้วเขาจะมีความรักลึกซึ้งต่อเจ้า ถึงขั้นชอบเจ้าแต่กลับต้องปิดบังเจ้าได้อย่างไร เจ้าไม่ได้หูฝาด!’
ความเจ็บปวดเสียดแทงดวงใจรวมถึงความรู้สึกผิดบาปอันไร้ประมาณที่ผูกมัดแน่นหนา ทำให้นางทรุดนั่งด้วยความโทมนัส
ชั่วขณะนี้ทุกสิ่งล้วนกระจ่างแจ้ง
ราวกับมีขุนเขาสูงตระหง่านและหุบเหวลึกกดทับจนนางดิ่งลึก สุดท้ายนางก็ไม่อาจทนรับไหว ก้มหน้าซบฝั่ามือร้องไห้โฮโดยไม่อาจข่มกลั้นจางเจอเดินเข้ามาอย่างเงียบงัน เขารู้สึกเหมือนตนเป็นเพชฌฆาตผู้โหดร้ายที่กำลังทลายปราการด่านสุดท้ายของนาง
ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งชาติก่อนและชาตินี้รวมตัวกันประดุจสายน้ำหลาก
เขาคุกเข่าข้างหนึ่งข้างกายนาง ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงเล็กน้อย สุดท้ายก็อนุญาตให้ตนล้ำเส้นในช่วงเวลาเช่นนี้ กอดนางเข้าสู่อ้อมอกอย่างแผ่วเบาพร้อมพูดว่า “กระหม่อมไม่ดี กระหม่อมไม่ดีเองพ่ะย่ะค่ะ…”
นางเอ่ยทั้งน