งสองมือบนหน้าตักด้วยความสงบนิ่งพร้อมเผยรอยยิ้ม “ข้าเคยสารภาพความในใจต่อใต้เท้าจาง แต่ใต้เท้าจางบอกว่ามีคนที่ชอบอยู่แล้ว วันนั้นข้างุนงงไม่ได้สติตัวข้าน่ะมีนิสัยไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ กลับลืมถามไถ่ไปเสียได้ว่าไม่ทราบสตรีที่ใต้เท้าจางมีใจให้เป็นใครกันแน่”
จางเจอลอบกำมือแน่นอยู่ใต้โต๊ะ
เขาตอบ “ชาวเมืองหลวง แค่หญิงสาวชาวบ้านทั่วไป”
จางเจอเองก็เรียนรู้ที่จะพูดโกหกหลอกลวงแล้ว
เจียงเสวี่ยหนิงกะพริบตา ถามขึ้นมาอีกครั้ง“ใต้เท้าจางถอนหมั้นคุณหนูเหยาได้ไม่นานก็เปลี่ยนใจไปรักสตรีนางนี้ แม้บอกว่าเป็นหญิงสาวชาวบ้านทั่วไป แต่รูปโฉมและความรู้ความสามารถคงไม่ด้อย ส่วนนิสัยใจคอก็คงดีกว่าข้ากระมัง”
หลังจากผ่านไปเนิ่นนาน จางเจอถึงเอ่ยว่า“คุณหนูรองเจียงไร้ที่ติ ทว่าข้าน้อยมีชาติกำเนิดต่ำต้อยและยากจน มิกล้าทำให้คุณหนูเสียเวลาไปทั้งชีวิต รูปโฉมของนางมิอาจเทียบคุณหนูส่วนนิสัยใจคอก็มิได้ดีมากนักเช่นกัน เพียงแต่…”
เจียงเสวี่ยหนิงถาม “เพียงแต่อะไรเจ้าคะ”
ในที่สุดจางเจอก็ช้อนตามองนางด้วยความอดทนอดกลั้น ทว่าใจนั้นอ้างว้างอย่างน่าประหลาด เขาจับจ้องนัยน์ตานางราวกับต้องการสลักดวงหน้านี้ลงในจิตใจ ตอบช้า ๆ ว่า“เพียงแต่ข้ารักนางมาก”
เจียงเสวี่ยหนิงเปล่งเสียงหัวเราะในบัดดล“เช่นนั้นนางมีชื่อเสียงเรียงนามว่าอะไรหรือ”
จางเจอเงียบงันไม่เอ่ยวาจา
เจียงเสวี่ยหนิงพลันแค้นเขานัก แม้แต่รอยยิ้มเสแสร้งก็ไม่อาจคงไว้ได้อีก วางถุงผ้าแ