เหยา[1]แบบง่าย ๆ มาชุดหนึ่ง แต่แล้วก็ได้ยินผู้ดูแลร้านยืนถอนหายใจกับลูกค้าผู้สง่างามคนหนึ่งหน้าชั้นวางวัตถุโบราณ
“สุราหอมน้ำใสกระจ่าง เมามายในสมุทรแห่งสุรา[2]เคลือบสีเบาบางสว่างใส ถูกขนานนามว่างามระหงดั่งกิ่งเหมย แจกันดอกเหมยของเถ้าแก่โจวแตกได้น่าเสียดายจริง ๆ ข้าตามหาช่างฝีมือดีมาตั้งมากมาย ทุ่มเทแรงกายซ่อมแซม ทว่าทำได้เพียงเท่านี้เอง”
“มองไกล ๆ ก็ไม่ต่างจากแจกันใบใหม่เลยนี่นา”“แต่มิอาจชมในระยะใกล้ได้หรอก ท่านลองดูบริเวณปากแจกันสิ มีรอยแตกขนาดเล็กบางอยู่ต่อให้เป็นช่างที่มีฝีมือเลิศล้ำราวกับสวรรค์สร้างก็ยากจะเติมและลบรอยเก่า อย่างไรเสียก็เคยแตกมาก่อน เดิมทีท่านควรเก็บรักษามันด้วยความรักใคร่ทะนุถนอม ภายหลังยิ่งต้องดูแลเอาใจใส่กว่าเดิม มิเช่นนั้นหากกระทบถูกเล็กน้อยก็จะแยก ไม่อาจนำมาซ่อมประสานให้เหมือนใหม่และมิอาจเทียบใบที่เพิ่งออกมาจากเตาเผาซึ่งมีสภาพสมบูรณ์เป็นหนึ่งเดียว”
“เฮ้อ…”
…
จางเจอมองชั้นวาง แจกันดอกเหมยสูงหนึ่งฉื่อตั้งตระหง่านบนนั้น ตัวแจกันมีสีฟั้าครามประดุจสีหยก ผิวเนียนเรียบลื่น เดิมทีงดงามตามธรรมชาติ ทว่ากลับปรากฏรอยปริแตกเล็ก ๆบาง ๆ หลายรอยจากกระบวนการซ่อมแซมประหนึ่งรอยแผลเป็นที่แม้จะลบเลือนตามกาลเวลาทว่าสุดท้ายก็ยากจะสลาย
เด็กประจำร้านซึ่งยืนอยู่หน้าโต๊ะเก็บเงินมองมาทางเขา “คุณชายเองก็ต้องการซื้อแจกันดอกเหมยสักใบหรือ ร้านของเรามีทุกสิ่งครบครันท่านจะลองดูเพิ่มอีกหรือไม่