งตำแหน่งรองเสนาบดีกรมโยธาธิการที่ว่างเว้นมิได้นั่งฝังเดียวกับเจียงปั๋อโหยวพอดี
เจียงปั๋อโหยวเป็นรองเสนาบดีกรมคลัง นั่งใกล้จางเจอด้วยความบังเอิญยิ่งนัก
ผู้ที่อยู่ด้านข้างไม่ไกลนักคือกู้ชุนฟางเสนาบดีกรมอาญา เหยาชิ่งอวี๋เสนาบดีกรมขุนนางและเฉินอิ๋งรองเสนาบดีกรมอาญาเนื่องจากไม่ว่าอย่างไรวันนี้เจียงปั๋อโหยวก็ตบแต่งบุตรีเช่นกัน ทุกคนจึงกล่าวแสดงความยินดี
เจียงปั๋อโหยวดื่มไม่กี่จอกก็โบกไม้โบกมือ ยิ้มขื่นพร้อมกล่าวว่า “ก็ไม่ได้น่ายินดีขนาดนั้น บุตรีคนโตว่านอนสอนง่าย ยังมีบุตรีคนรองซึ่งเหมือนจอมมารร้ายอยู่อีกคน ตึงมือยิ่งนัก!”
คำกล่าวนี้ไม่ผิดเลยจริง ๆ
ทุกคนต่างเคยได้ยินเรื่องซุบซิบนินทามาบ้างแต่ไม่สะดวกจะพูด จึงกล่าวชมเชยเจียงเสวี่ยหนิงเป็นวรรคเป็นเวรแทน จากนั้นก็ยังคงคะยั้นคะยอให้เขาดื่มสุรา “บุตรีของท่านดวงหน้าดั่งจันทรารูปโฉมปานบุปผา อีกทั้งเคยเป็นพระสหายร่วมศึกษาขององค์หญิง ต้องเป็นสตรีจิตใจดีงามประพฤติตนอยู่ในกรอบ เช่นนี้แล้วข้าจะไปเชื่อข่าวลือเหลวไหลภายนอกได้อย่างไร”
เฉินอิ๋งพูดสำทับ “นั่นสิ พอข้าได้ยินก็รู้แล้วว่าเป็นเรื่องเท็จ”
ผู้อื่นถามด้วยความประหลาดใจ “เหตุใดจึงคิดเช่นนี้”
บัดนี้กรมอาญาอยู่ใต้การควบคุมของกู้ชุนฟาง เฉินอิ๋งเคยชินกับการลอบใช้วิธีการชั่วร้ายบางอย่างทว่าเป็นที่รังเกียจของกู้ชุนฟาง ยามนี้ไม่รู้ว่าเขามีความคิดเช่นไร กลับเหลือบมองจางเจอแวบหนึ่งพร้อมกล่าวด้วยท่าทีคล้าย