ยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “ใต้เท้าเจียงรักบุตรีหรือเปล่าพวกเราไม่ทราบ แต่ผู้ที่ตกอยู่ในข่าวลือซึ่งแพร่สะพัดตามตรอกซอกซอยก่อนหน้านี้อีกคนกำลังนั่งอยู่ตรงหน้าพวกเรามิใช่หรือ บอกว่าคุณหนูรองเจียงกับใต้เท้าจางมีลับลมคมในบางอย่าง ท่านว่าใต้เท้าจางของพวกเราที่เป็นเช่นนี้ดูเหมือนผู้ที่มีความสัมพันธ์กับสตรีหรือไร”
ทุกคนต่างนิ่งอึ้ง เคลื่อนสายตามองจางเจอรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง…
จะว่าไปก็มีเรื่องเช่นนี้จริง
หัวหน้าหน่วยกรมอาญาซึ่งเพิ่งขึ้นรับตำแหน่งผู้นี้นั่งอยู่ที่นี่ได้สักพักแล้ว แต่กลับนิ่งเงียบจนทุกคนลืมเลือนเขาโดยไม่รู้ตัว ยามนี้พอเฉินอิ๋งเอ่ยถึงพวกเขาค่อยนึกได้ว่า นั่นสิ ข่าวลือก่อนหน้านี้ก็มีจางเจออยู่ด้วยมิใช่หรือ
เขาสวมเสื้อคลุมยาวสีน้ำเงินเข้มทั้งตัวตามปกติ แขวนประดับหยกสีนิลธรรมดาสามัญชิ้นหนึ่งเย็บติดกับถุงผ้าแพรสีนิลปักลายสีเงิน นั่งลำตัวเหยียดตรง ใบหน้าเย็นชาเคร่งขรึม ทำให้ไม่มีใครกล้าใกล้ชิดสนิทสนม
เซี่ยเวยซึ่งเป็นพระอาจารย์ของฮ่องเต้คือผู้ที่คนในราชสำนักต่างยอมรับว่าสูงส่งด้วยความรู้และคุณธรรม
ส่วนคนผู้นี้น่ะหรือ คนในกรมอาญาต่างลอบขนานนามเขาว่า ‘เจ้าคนหน้าตาย’
แม้แต่เจ้าหน้าที่ดูแลเอกสารในศาลาว่าการเมื่อเห็นเขาแล้วยังต้องหนาวสั่นและสวมเสื้อเพิ่มเป็นสองตัว ใครจะไปเชื่อลงว่าบุคคลเช่นนี้ข้องเกี่ยวกับสตรีใด หรือมีสตรีใดไร้ตามาชอบพอเขา
นับจากถูกไล่ตามจากโรงเตี๊ยมสู่เซียงเพื่อสอบถามวันนั้น จาง