เจอก็ไม่ได้พบเจียงเสวี่ยหนิงอีกเลย และเขาเองยังเลี่ยงที่จะคิดถึงนางโดยไม่รู้ตัว เอาแต่หมกอยู่กับเอกสารและคดีทั้งวี่วันด้วยเกรงว่าหากวันใดอยู่ว่างก็จะไม่อาจควบคุมความคิดเพ้อเจ้อในสมองซึ่งทำให้ทุกข์ทรมาน
ครั้นมาได้ยินชื่อนี้ก็รู้สึกเหมือนมีค้อนหนักอึ้งทุบกระแทกกลางอก
เขามีสีหน้าเคร่งขรึมเย็นชา ไม่แสดงออกใดๆ ทั้งสิ้น ทว่านิ้วซึ่งแตะขอบถ้วยกลับกดแน่นเพียงแต่ผู้อื่นยากจะสังเกตการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยนี้
ที่ผ่านมาเจียงปั๋อโหยวเองก็ติดต่อกรมอาญาน้อยมาก ข่าวลือไร้สาระช่วงนั้นแพร่ไปทั่วอย่างวุ่นวาย นอกจากนี้เขายังเพ่งเล็งติ้งเฟยซื่อจื่อผู้ทำตัวเหลวไหลมากกว่า ด้วยเกรงว่าคนผู้นี้จะเกิดความสัมพันธ์อันใดกับยายหนูหนิง จึงไม่ได้สนใจจางเจอสักเท่าใด
อย่างไรเสียก็เคยได้ยินว่าคนผู้นี้คุณธรรมสูงส่ง คงมิใช่คนเช่นนั้น
ผู้อื่นสาดโคลนใส่ยายหนูหนิงกระมัง เพราะถึงอย่างไรบิดาอย่างเขาก็เคยเห็นแต่บุตรหลานขุนนางและชนชั้นสูงคอยปั้วนเปียนรอบกายบุตรีแต่ไม่เคยได้ยินเลยว่ายายหนูหนิงเป็นฝั่ายเข้าไปเกาะแกะผู้ใด ข่าวลือนั้นช่างไร้สาระเสียจริง
เพียงแต่ยามนี้ต้องเงยหน้ามองสำรวจเพราะคำพูดของเฉินอิ๋ง
กู้ชุนฟางรู้ว่าจางเจอไม่ถนัดการสนทนา และไม่พอใจการชอบหาเรื่องของเฉินอิ๋ง เขาลูบเครายิ้ม ๆ กล่าวเรียบ ๆ ว่า “ข่าวลือเหลวไหลทำร้ายคน ใต้เท้าเจียงอบรมสั่งสอนบุตรีเป็นอย่างดี ธิดาทั้งสองต่างได้รับการคัดเลือกให้เป็นพระสหายร่วมศึ