นต้องเดือดร้อนไปด้วยขอรับ”
เจียงปั๋อโหยวอดตะลึงงันไม่ได้
เหยาชิ่งอวี๋กลับปรายตามองจางเจอด้วยสีหน้าดีขึ้นเล็กน้อย ได้แต่ทอดถอนใจว่าจางเจอมิได้เอ่ยถึงเรื่องถอนหมั้นด้วนซ้ำ เห็นชัดว่ามีคุณธรรมสูงส่ง แต่ยิ่งรู้เช่นนี้ก็ยิ่งรู้สึกว่าบุตรีของตนช่างมีตาหามีแววไม่เสียจริง
เขาถอนหายใจกล่าวว่า “ชะตาอะไรกันเล่าไร้สาระทั้งเพ!”
ทุกคนเคยได้ยินเรื่องงานวิวาห์ล่มของจางเจอกับจวนตระกูลเหยามาไม่มากก็น้อย เดิมทีคิดว่าเหยาชิ่งอวี๋กับจางเจอต้องไม่ลงรอยกันบ้าง คิดไม่ถึงว่าเมื่อจางเจอเอ่ยว่าตน ‘ชะตาอาภัพตกระกำลำบาก’ ผู้มีสถานะเช่นเหยาชิ่งอวี๋กลับแย้งเขาเปลือกนอกคือการกล่าวตำหนิ ทว่าความนัยคือแก้ต่างให้จางเจอบุคคลภายนอกไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าการถอนหมั้นเกิดขึ้นเพราะสาเหตุใดกันแน่
เจียงปั๋อโหยวเป็นขุนนางราชสำนัก อย่างน้อยจึงต้องรู้จักสังเกตสีหน้าท่าทางและคำพูดคำจาอยู่บ้าง ครั้นได้ยินเช่นนี้ก็สงสัยใคร่รู้เกี่ยวกับจางเจอขึ้นมาหลายส่วนจริง ๆ เหยาชิ่งอวี๋เป็นอำมาตย์แห่งสำนักมหาบัณฑิต สายตามิต่ำต้อยเขยขวัญที่เขาถูกใจย่อมถือว่าไม่ธรรมดา แม้งานล่มแต่ก็ยังทำให้เหยาชิ่งอวี๋พูดแก้ต่างให้ ถือว่าหาได้ยากยิ่ง
จางเจอเป็นขุนนางฝั่ายบุ๋นซึ่งมาจากการสอบเข้าเป็นเจ้าหน้าที่อันหาได้น้อยมาก เมื่อเทียบกับขุนนางซึ่งเข้าสอบเคอจวี่ซึ่งมีดาษดื่นทั่วราชสำนัก ที่จริงแล้วก็ไม่นับว่าโดดเด่นเท่าใดทว่าเขาเคร่งขรึมประหยัดถ้อยคำ รู้จักควบคุมคำ