ยมองค์หญิงใหญ่เล่อหยางในวันที่องค์หญิงถูกกักบริเวณ ทำให้นางรู้สึกดีด้วยอยู่บ้าง จึงนำของขวัญไปเยี่ยมเยียนด้วยตนเองล่วงหน้าสองวัน
ครั้นฟางเมี่ยวเห็นนาง ใบหน้าซึ่งเดิมทีเศร้าหมองพลันเปียมความปีติยินดีเอาแต่พล่ามไม่หยุดว่าผู้สูงส่งมาถึงแล้ว งานมงคลของตนต่อให้ไม่เหมาะสมก็จะกลายเป็นเหมาะสม ถัดมาก็สืบนิสัยใจคอของเจียงเสวี่ยฮุ่ยจากเจียงเสวี่ยหนิงโดยปราศจากการปิดบังอำพราง
เจียงเสวี่ยหนิงนึกว่าฟางเมี่ยวคิดต่อกรกับเจียงเสวี่ยฮุ่ยหรือไม่ก็เตรียมระวังปั้องกันสักหน่อย คิดไม่ถึงว่าเมื่อฟางเมี่ยวฟังจบกลับแสดงอาการผิดหวังครั้งใหญ่ กล่าวด้วยน้ำเสียงเสียดายเป็นล้นพ้น “ไม่ว่าจริงหรือเท็จ พี่สาวของคุณหนูรองผู้นี้ก็ทำการละเอียดรอบคอบ แม้จะนึกถึงผลประโยชน์ส่วนตนอยู่บ้าง แต่กลับมิได้พยายามทุกวิถีทางเพื่อสร้างปัญหาเช่นผู้อื่น ข้าดีใจเก้อเสียแล้ว หากนางเป็นคนร้ายกาจจนจัดการข้าสำเร็จ ข้าจะได้ม้วนเสื่อกลับบ้าน แต่หากจัดการข้าไม่สำเร็จ นางก็อาจกลายเป็นตัวไหมซึ่งคายเส้นใยออกมาห่อหุ้มพันธนาการตนเอง แบบนี้ข้าก็จะได้เกาะจวนอ๋องกินอย่างสงบสุข แต่นางกลับคิดอ่านรอบคอบ ไม่มากเกินไปและน้อยเกินไปคล้ายก้างปลาติดคอ ข้าไม่รู้เลยเนี่ยว่าควรทำเช่นไรดี หวังเพียงจะอยู่ร่วมกันอย่างสมานฉันท์ ไม่หาเรื่องซึ่งกันและกันเท่านั้น!”
เจียงเสวี่ยหนิงไม่เอ่ยวาจา
ชาติก่อนนางสมรสกับเสิ่นเจี้ยเพราะเป็นไปได้สูงว่าจะได้ตำแหน่งฮองเฮา นางจึงเอ