สีเขียวพลันแตกเป็นเสี่ยงๆ
เศษหยกแตกกระจายนอนเกลื่อนอย่างเงียบงันอยู่มุมโต๊ะ
ใบหน้าเจียงเสวี่ยฮุ่ยปราศจากอารมณ์ นางเช็ดน้ำตาซึ่งไหลรินถึงแก้มด้วยความเฉยชาจากนั้นจึงโยนจานฝนหมึกตวนเยี่ยนทิ้ง เพียงเอ่ยว่า “ใช่ คนเราต่างมีชะตาชีวิตของตนเอง ข้าเป็นคนเช่นนี้ไปแล้ว เจ้าไม่จำเป็นต้องมาคาดหวังสิ่งใดจากข้าอีก ข้ารู้จักเอาตัวรอด ต่อให้นางจะรักข้ามากเพียงใด แต่สำหรับข้า นางก็เป็นเพียงคนแปลกหน้าที่ไม่เคยพบกัน”
“…”
เจียงเสวี่ยหนิงทอดสายตามองด้วยความเวทนาอยู่นาน สุดท้ายก็เดินออกไปโดยมิได้เอ่ยอะไร
ภายในจวนอ๋อง เสียงกระทบจอกสุราดังอึกทึก แขกเหรื่อกำลังครึกครื้นสนุกสนาน
ใต้หล้านี้ผิดชอบชั่วดียากจะแยกแยะ
ทว่าความรักและความเกลียดชังกลับตรงไปตรงมา
เจียงเสวี่ยฮุ่ยเป็นฝั่ายถูกหรือเปล่านางไม่รู้อย่างไรเสียนางก็ไม่ถึงขั้นรังเกียจสตรีผู้นี้ แต่ก็ไม่ถึงขั้นรักใคร่อีกฝั่ายด้วยเช่นกัน