้ากำกำไลแน่นและร้องไห้อยู่หลายคืน เมื่อมาถึงเมืองหลวงและได้พบเจ้าก็คิดว่าแม้ต้องตายก็ไม่มีวันมอบกำไลวงนี้ให้เด็ดขาด แต่ตอนนี้ข้ารู้แล้วว่าบนโลกนี้ยังมีผู้อื่นนอกจากหว่านเหนียง ต่อให้หว่านเหนียงเกลียดชังข้า ทว่าก็ยังมีผู้อื่นห่วงใยและต้องการข้าเช่นกัน ข้าไม่มีสิทธิ์เลือกชีวิตในอดีต ข้ายอมรับชะตากรรม ถึงนางจะทำผิดต่อข้า แต่ข้าไม่ได้ทำผิดอะไรต่อนางแล้ว”
ในที่สุดนางก็ทำให้คำสั่งเสียของหว่านเหนียงในชาติก่อนสัมฤทธิผลในชาตินี้
เมื่อกล่าวจบ เจียงเสวี่ยหนิงก็แสดงท่าทีเหมือนไม่มีสิ่งใดจะพูดอีก
เดิมทีนางกับเจียงเสวี่ยฮุ่ยก็ไม่จำเป็นต้องข้องแวะกันมากไปกว่านี้อยู่แล้ว เมื่อกล่าวจบจึงหมุนกายเดินจากไป
ภายในห้องเงียบกริบ
สายตาของเจียงเสวี่ยฮุ่ยประทับบนกำไลหยกเนิ่นนาน นางหยิบขึ้นมาอย่างแช่มช้า สัมผัสได้แค่ความเย็นเยียบ
นางใคร่เปล่งเสียงหัวเราะ แต่พบว่าน้ำตากำลังคลอหน่วย
นางฉีกมุมปาก ทำได้เพียงรู้สึกว่าโลกนี้ช่างเหลวไหลยิ่งนัก เจียงเสวี่ยหนิงเกลียดนาง ริษยานาง กลั่นแกล้งนาง ทว่าสถานะอย่างนางต้องทำเช่นไรเล่าถึงจะนับว่าไม่ผิด
ไม่ว่าจะทำอะไรก็ผิดหมดนั่นละ
มัวถกเถียงว่าทำแบบใดจะดีหรือแย่กว่าล้วนเปล่าประโยชน์
เกิดเสียงดัง ‘เพล้ง’ หนัก ๆ ทีหนึ่ง
เจียงเสวี่ยหนิงเพิ่งย่างถึงประตู ครั้นได้ยินก็ตกใจ เมื่อหันหน้ากลับไปก็พบว่าเจียงเสวี่ยฮุ่ยเงื้อจานฝนหมึกตวนเยี่ยนชั้นเลิศด้านข้างขึ้นมากระแทกลงไป!กำไลหยกเหอเถียน