ซียวติ้งเฟยผู้นั้น เกรงจะเทียบเซี่ยเวยไม่ติดด้วยซ้ำ!
เขาถามอีก “เจ้าไม่ได้มีใจให้ใครจริง ๆ น่ะหรือ”
ย่อมมีแน่นอน
น่าเสียดาย เหมือนชายในดวงใจนางผู้นั้นจะมิได้มีนางอยู่ในดวงใจ
เจียงเสวี่ยหนิงรู้สึกว่าตนไม่ควรตอบเรื่องนี้จึงข้ามไปและตัดบททันที “ท่านพ่อ ตอนนี้ลูกยังไม่มีแก่ใจมาคิดเรื่องออกเรือนเจ้าค่ะ เมืองหลวงมีแต่เรื่องวุ่นวาย เดือนนี้ลูกจึงวางแผนว่าจะเดินทางไปแดนสู่เพื่อผ่อนคลายอารมณ์เสียหน่อย”
“เหลวไหล!”
ครานี้เจียงปั๋อโหยวตกใจมิใช่น้อย ดวงตาเบิกโพลง ไม่กล้าเชื่อเลยว่าตนได้ยินสิ่งใด
“เจ้าเป็นสตรีอายุเท่าไหร่เอง ขุนเขาสูงหนทางยาวไกล จะไปแดนสู่ทำไมกันเล่า”
เจียงเสวี่ยหนิงรู้อยู่แล้วว่าไม่มีทางสำเร็จราบรื่น ถึงอย่างไรสตรียังมิได้ออกเรือนมาบอกจะออกเดินทางไกลก็ฟังดูเหลือเชื่อนางมิได้ประหลาดใจที่เจียงปั๋อโหยวมีปฏิกิริยาเช่นนี้
แต่ในเมื่อกล้าเอ่ยถึง นางก็ย่อมเตรียมการแล้ว
ด้วยเหตุนี้จึงเพียงกล่าวเรียบ ๆ ว่า “ก่อนหน้านี้ที่เมืองหลวงวิจารณ์เรื่องการอภิเษกสมรสเชื่อมสัมพันธไมตรีขององค์หญิงใหญ่กันครึกโครมลูกเป็นผู้คอยก่อกวนอยู่เบื้องหลังเองเจ้าค่ะ ส่วนการเสนอให้เซียวซูไปแทนองค์หญิงใหญ่ก็เป็นความคิดของลูกเช่นกัน”
เจียงปั๋อโหยวลุกพรวดด้วยอาการตกตะลึงพรึงเพริด “เจ้าว่าอะไรนะ?!”กระแทกถ้วยน้ำชาจนคว่ำ
ทว่าเจียงเสวี่ยหนิงยังกล่าวไม่จบ พูดเสริมต่อไป “วันที่องค์หญิงเสด็จไปอภิเษกสมรสสาเหตุที่ลูกไม่กลับม