ว กำลังจะสามสิบทว่ายังมิได้เป็นฝังเป็นฝาบุตรีข้านิสัยดื้อรั้นเอาแต่ใจ ตอนนี้กำลังอยู่ในวัยกำดัดสิบเก้าปี ยังตามเรื่องทางโลกไม่ทัน ท่านรองราชครูเป็นอาจารย์ สอนสั่งให้นางรู้จักจรรยามารยาท ข้าซึ่งเป็นบิดาซาบซึ้งใจยิ่งนัก เพียงแต่เกรงว่านางยังไม่รู้ความ ยังต้องรบกวนท่านรองราชครูช่วยกำกับดูแลคำพูดและการกระทำ ข้าจึงหวังว่าท่านรองราชครูจะระมัดระวังทั้งคำพูดและการกระทำของท่านเพื่อมิให้นางที่อายุยังน้อยเกิดความเข้าใจผิด ท่านรองราชครูเองก็ทราบดีว่าข้าเลี้ยงดูบุตรีผู้นี้มาไม่ค่อยดีนัก เกรงว่านางอาจก่อเรื่องวุ่นวายได้”
ถ้อยคำนี้แฝงคำเตือนเป็นนัยเซี่ยเวยยังคงถือกระดาษคำตอบ เขาไม่สบอารมณ์อยู่บ้าง แต่ถึงกระนั้นสีหน้ากลับมิได้แปรเปลี่ยน ไม่ยอมรับนัยแฝงในคำพูดเขา เพียงตอบกลับว่า “ในเมื่อใต้เท้าเจียงเลี้ยงดูไม่ดี มิสู้มอบให้ข้าเลี้ยงดูจะดีกว่าหรือไม่”
เจียงปั๋อโหยวนึกไม่ถึงว่าอีกฝั่ายจะพูดเช่นนี้
เขาหน้าบึ้งทันควัน
จากนั้นจึงกล่าวเสียงเย็นชา “แม้ความสามารถของคนแซ่เจียงจะมิอาจเทียบรองราชครูเซี่ย แต่ก็มีคำพูดประโยคหนึ่งต้องกล่าวเตือนท่านรองราชครูไว้หน่อย! ถึงยายหนูหนิงของบ้านข้าจะมีชื่อเสียงไม่สู้ดี แต่นิสัยของนางมิได้เลวร้าย รองราชครูเซี่ยจะเข้าใจตนเองผิดก็ช่างมันเถิด แต่อย่าเข้าใจผู้อื่นผิดเด็ดขาด หากทั้งสองต่างมีใจตรงกัน ข้าคงทำได้เพียงหลับตาข้างหนึ่ง ทว่าท่านรองราชครูเป็นอาจารย์ของยายหนูหนิง กลับ