วุโสระดับเดียวกัน ยามอีกฝั่ายเรียกยายหนูหนิงจึงเห็นนางเป็นชนรุ่นหลังเสมอมาประการที่สอง เขาเคยเอ่ยปากฝากฝังตอนยายหนูหนิงเข้าวังไปเป็นพระสหายร่วมศึกษาประการที่สาม เซี่ยเวยไม่ใกล้ชิดสตรี ไม่เคยมีข่าวลือว่าออกนอกลู่นอกทาง
แต่อย่างไรเสียก็ยังเป็นมนุษย์…หลายวันที่ผ่านมาเจียงปั๋อโหยวเองก็รู้สึกว่าบุตรีของตนมิใช่ผู้ที่อยู่ในกรอบธรรมเนียมประเพณี ดังนี้แล้วอาจจะเกิดความเข้าใจผิดอันใดหรือไม่ และทั้งสองอาจใจตรงกันหรือไม่
เขาเลยไปสนทนากับเจียงเสวี่ยหนิงถึงสองครา
เนื่องจากคำนึงว่าสตรีหน้าบาง และไม่ต้องการให้นางรู้ว่าเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ เขาจึงไม่ได้ซักถามความสัมพันธ์ระหว่างนางกับเซี่ยเวยอย่างชัดเจน แต่ใช้วิธีพูดเลียบเคียงเอา ครั้นฟังจากคำพูดของยายหนูหนิง ไหนเลยจะรู้สึกกับเซี่ยเวยมากไปกว่าศิษย์อาจารย์
ปัญหาใหญ่จึงอยู่ที่เซี่ยเวย!
เจียงปั๋อโหยวไม่สบายใจ ช่วงนี้เขามิได้สนทนากับเซี่ยเวยมากนัก ทำได้เพียงสะสางงานของทางการพลาง ๆ รอจนคนน้อยลงและคนที่มาหาเซี่ยเวยออกไปแล้ว เขาถึงเดินเข้าไปหา
เขาเป็นฝั่ายทักทายก่อน “รองราชครูเซี่ย”
ที่ผ่านมาเจียงปั๋อโหยวเรียก ‘จวีอัน’ โดยตรงเซี่ยเวยได้ยินสามคำอันห่างเหินนี้ก็รู้แล้วว่าอีกฝั่ายมีเรื่องจะกล่าว เขาจึงหมุนกายกลับมาพร้อมเผยรอยยิ้มเล็กน้อย “ใต้เท้าเจียง มีเรื่องจะชี้แนะหรือ”
เจียงปั๋อโหยวมองสำรวจเขา “ท่านรองราชครูเป็นคนหนุ่มผู้มีความสามารถ ปีนี้อายุยี่สิบเจ็ดแล้