มีเชื้อพระวงศ์ซึ่งมักคอยปัดแข้งปัดขานางจากไปได้เสียทีทว่าเมื่อได้ยินยามนี้กลับรู้สึกถึงขุนเขาสายน้ำอันไกลโพ้น ครั้นไปถึงด่านเยี่ยนเหมินก็อาจมิได้หวนคืนกลับมา เจ็บปวดรวดร้าวเจียนตาย นางอดทนได้ครู่เดียวก็เปล่งเสียงร่ำไห้
ปิมว่าจะขาดใจ
ราวกับต้องการระบายอะไรสักอย่าง หากไม่ร้องไห้ปลดปล่อยเช่นนี้ เกรงว่าคงถูกความอัดอั้นและความสิ้นหวังอันไร้ประมาณฝังรากลึกจนถึงก้นบึ้งของหัวใจ
เซี่ยเวยไม่เคยรู้สึกว่าเส้นทางจากวังหลวงถึงจวนตระกูลเจียงยาวไกลเช่นนี้มาก่อนเลย เขาทุกข์ทรมาน ทุกเสียงที่เข้าสู่โสตประสาทดั่งใบมีดกรีดดวงกมล ต่อมานางก็สะอื้นกอดกล่องใบนั้นกระทั่งเหนื่อยอ่อนหลับตาและค่อย ๆ ผล็อยหลับ โลกจึงหวนคืนสู่ความสงบ
แต่ถึงกระนั้นใจเขากลับว้าวุ่นยิ่งกว่าตอนที่นางร้องไห้เมื่อครู่เสียอีก
เขานั่งร่างแข็งทื่ออยู่ในตำแหน่งของตนเองเป็นเวลานานประหนึ่งเข้าฌาน
จวบจนรถม้าจอดและเจี้ยนซูส่งเสียงเรียกเขาถึงได้สติ
เซี่ยเวยเปล่งเสียงขานรับ
จากนั้นจึงโน้มกายจะปลุกเจียงเสวี่ยหนิง แต่เมื่อเข้าไปใกล้ ดวงหน้าน้อย ๆ ซึ่งยังประดับคราบน้ำตาก็เข้าสู่ครรลองจักษุ คิ้วเรียวบางขมวดเล็กน้อยราวกับกำลังฝันถึงสิ่งไม่น่าอภิรมย์เขาหลุบตาลง นัยน์ตาเป็นประกาย สุดท้ายก็เอื้อมมือออกไปลูบไล้เรือนผมดำขลับของนางอย่างแช่มช้า กลีบปากบางกดลงไป ทว่าเพียงประทับบนขนตาเปียกชื้นของนางด้วยความเงอะงะและระมัดระวัง
ขณะนั้นเจี้ยนซูเลิกผ้าม่านรถม้า