ลังเดินเข้ามาล้อมเพื่อคุมตัว พลันมีเสียงรีบร้อนดังมาจากอีกฟากฝังของวังหลวง “เสียนเฟยทรงช้าก่อนพ่ะย่ะค่ะ!”
เซียวซูพลันขมวดคิ้วแน่นอีกครา
เจียงเสวี่ยหนิงช้อนตามอง พบว่าเป็นเจิ้งเปั่าที่เดินเข้ามาอย่างเร็วรี่ เมื่อมาถึงเบื้องหน้าจึงถวายบังคมด้วยกิริยาไม่แข็งกร้าวจนดูเย่อหยิ่งและไม่ถ่อมตัวจนดูต่ำต้อย เขาปรับลมหายใจให้คงที่แล้วจึงค่อยเอ่ยว่า “พระสนม ฝั่าบาททรงเสร็จสิ้นการหารือข้อราชกิจแล้ว รองราชครูเซี่ยทราบว่าคุณหนูรองเจียงยังมิได้ออกจากวังจึงมาเรียนเชิญโดยเฉพาะ ขณะนี้กำลังรออยู่นอกวังเรื่องนี้ทรงเห็นเป็นเช่นไรพ่ะย่ะค่ะ”
เซี่ยเวย?
เซียวซูร่างแข็งทื่อ จับจ้องเจิ้งเปั่าด้วยสายตาคมกริบ
เจิ้งเปั่ายังคงยืนด้วยท่าทางเคารพนบนอบ
วังหลังมีผู้ใดบ้างไม่รู้จักเซี่ยจวีอัน
แม้เซียวซูจะขึ้นเป็นพระสนมได้ไม่นานนักทว่าแค่ความเข้าใจที่มีต่อราชสำนักขณะนางยังเป็นคุณหนูตระกูลเซียวก็มีมากพอจะรู้ว่าเขาเป็นบุคคลสำคัญเช่นไร ยิ่งไปกว่านั้นหลังจากขึ้นเป็นพระสนมและถวายการปรนนิบัติข้างกายเสิ่นหลาง นางก็ยิ่งตระหนักว่าเสิ่นหลางทรงให้ความสำคัญกับคนผู้นี้มากเพียงใด
อย่างไรเสียเสิ่นหลางก็มิได้โปรดปรานนางจริง ๆ
เดิมทีนางก็ต้องการดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอดอยู่แล้ว เมื่ออยู่ในสถานการณ์เช่นนี้มีหรือจะยังกล้าเสี่ยงอันตรายเพิ่มศัตรูอันแข็งแกร่งน่าหวาดกลัวขึ้นมาอีกคน แม้ไม่ยินยอมพร้อมใจเสียเต็มประดา ทว่าวันนี้คงทำได้เพียงปล่อยตัวเจ