ียงเสวี่ยหนิงไป
เซียวซูกำฝั่ามือที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อจนแน่นอย่างเงียบ ๆ ทว่ายามเผยรอยยิ้มกลับปราศจากพิรุธใด ๆ ทั้งสิ้น “ในเมื่อรองราชครูเซี่ยเอ่ยปากต้องการตัว เปินกงย่อมไม่สะดวกจะรั้ง เพียงแต่หวังว่าหลังจากคุณหนูรองเจียงกลับไปแล้วจะควบคุมตนเองให้ดี อย่าทำเรื่องที่ต้องนึกเสียใจภายหลังเด็ดขาด”
เจิ้งเปั่าก้มศีรษะถวายบังคมพร้อมถอยออกไป
เจียงเสวี่ยหนิงจ้องมองเซียวซูอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหมุนกายเดินจากไปพร้อมเจิ้งเปั่า
ครั้นเดินมาไกลจนมองไม่เห็นเหล่าราชองครักษ์และนางกำนัลแล้ว จู่ ๆ นางก็หัวเราะ
เจิ้งเปั่าไม่รู้ว่านางกำลังหัวเราะเรื่องใด
เจียงเสวี่ยหนิงทอดสายตามองประตูวังหลวงซึ่งค่อย ๆ ใกล้เข้ามาด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย เอ่ยแค่ว่า “เจ้าไม่รู้ว่าเซี่ยเซียนเซิงหลบหน้าข้ามาเดือนกว่าแล้ว ทว่ายามคับขันกลับอ้างชื่อเขาเพื่อช่วยข้า โชคดีนะที่เซียวซูไม่รู้เรื่อง แต่หากเซียนเซิงทราบเข้า เจ้าต้องรับผลที่ตามมาแน่”
เจิ้งเปั่ามองนางแวบหนึ่ง อ้าปากอ้ำอึ้ง ทว่าสุดท้ายก็มิได้อธิบายอะไร
เมื่อมีเขานำทาง นางจึงออกจากวังได้อย่างราบรื่น
เพียงแต่เพิ่งเดินออกจากประตูวังหลวงขนาดมหึมา นางก็เงยหน้าเห็นรถม้าซึ่งแขวนประดับโคมไฟจอดอยู่นอกกำแพงวัง รวมถึงผู้ที่กำลังยืนตระหง่านรอคอยบนที่นั่งสารถีด้วย ในที่สุดเจียงเสวี่ยหนิงก็เผยอาการตะลึงงัน
เจิ้งเปั่าเปล่งเสียงเรียกเบา ๆ “คุณหนูกลับจวน โปรดเดินทางด้วยความระมัดระวังนะขอรับ”