จากนั้นจึงถอยกลับไปเงียบ ๆ
เจียงเสวี่ยหนิงมองคนผู้นั้นพลางประคองก้อนดินในมือ มิได้ขยับเยื้องย่างแม้แต่ก้าวเดียว
ชุดนักพรตของเซี่ยเวยปลิวไสวประดุจหิมะโปรย เขากำลังทอดสายตามองนางจากเบื้องสูงสายตาตกกระทบดวงหน้าอันด้านชาและหม่นหมอง รวมถึงก้อนดินซึ่งนางกอบไว้ในสองมือ แล้วจึงร้องเรียก “เจี้ยนซู”
เจี้ยนซูทางด้านข้างรู้ใจยิ่งนัก ค้นกล่องเปล่ามาจากด้านหลังรถม้า
เขาเปิดกล่องยื่นไปถึงเบื้องหน้าเจียงเสวี่ยหนิง
นางกลับยืนเหม่อไม่ไหวติง
บทที่ 170 จุมพิต (2)ดวงตาเซี่ยเวยค่อย ๆ ปรากฏความเย็นชากล่าวด้วยน้ำเสียงปราศจากความอ่อนโยน “เจ้าจะถือไปถึงเมื่อใด”
น้ำตาหยดหนึ่งจึงไหลรินจากหางตาเจียงเสวี่ยหนิงและซึมลงดินก้อนนี้จนชื้นเป็นดวงขนาดเล็ก ชั่วพริบตาก็เลือนหาย
นางคลายมือช้า ๆ ปล่อยให้ดินไหลพรูผ่านซอกนิ้ว
ร่วงหล่นลงกล่อง ครองพื้นที่เกือบครึ่ง
เจี้ยนซูปิดกล่องทำท่าจะหมุนกาย
แต่เจียงเสวี่ยหนิงกลับบอกว่า “ให้ข้า”
เจี้ยนซูมองเซี่ยเวย
เซี่ยเวยใบหน้าไร้ความรู้สึก “ให้นาง”
กล่องที่ปิดสนิทถูกส่งถึงมือเจียงเสวี่ยหนิงอีกครา นางกอดแน่นแนบอก
เซี่ยเวยคล้ายรู้สึกว่านางช่างไม่เอาไหน เขายืนบนที่นั่งสารถีมิได้ขยับเขยื้อน เพียงกล่าวกับนางว่า “ขึ้นรถ”เจียงเสวี่ยหนิงเดินเข้าหา
เจี้ยนซูไม่กล้าประคอง
นางใช้มือข้างหนึ่งกอดกล่องไม้ ส่วนมืออีกข้างก็ยึดขอบรถ พยายามยกเท้าหลายครั้งก็ยังขึ้นไม่ได้ ยามนี้จึงพบว่ามือและขาของตนสั่นเทา