อย่างรุนแรง ร่างกายสั่นระริกราวกับกำลังแช่น้ำเย็นเฉียบ
เซี่ยเวยเห็นนางไม่ได้ความเช่นนี้ คิ้วและหางตาก็เย็นชาดุจมีเกล็ดหิมะและน้ำแข็งเกาะ เขาอดทนจนมิอาจทนต่อไปได้อีก โน้มกายใช้มือข้างหนึ่งกระชากแขน ส่วนมืออีกข้างก็ยึดสีข้าง ดึงขึ้นมาด้วยท่าทางกึ่งโอบเอวเขาเลิกผ้าม่านผลักคนเข้าไป
เจียงเสวี่ยหนิงเสมือนยังคงอยู่ในอาการเซื่องซึมไม่รู้สึกรู้สา
เซี่ยเวยเห็นนางหมดอาลัยตายอยาก มิต้องถามก็รู้ว่าไม่ประสบผลสำเร็จ นอกจากนี้เดิมทีทุกสิ่งก็เตรียมการไว้พร้อมสรรพ ในเมื่อหนิงรองมิได้ถูกกักในวังหลวงและเรื่องไม่ได้แดง เช่นนั้นย่อมมีความเป็นไปได้เดียว…
องค์หญิงใหญ่เล่อหยางเสิ่นจื่ออีมิได้คิดหลบหนี
และมีเพียงเหตุผลนี้เท่านั้นถึงทำให้เจียงเสวี่ยหนิงมีท่าทีราวกับสูญเสียจิตวิญญาณ จนกลายสภาพเป็นผีสางที่มีแต่คนรังเกียจ!
เจี้ยนซูถามมาจากด้านนอก “เซียนเซิง ให้กลับไปที่ใดขอรับ”
เซี่ยเวยเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วจึงตอบกลับ“จวนตระกูลเจียง”
สองมือที่ใช้ประคองดินของเจียงเสวี่ยหนิงสกปรกเลอะเทอะ แต่นางเหมือนไม่รู้ตัว
เซี่ยเวยไม่ได้หาผ้าแพรมาให้ เขาย่นหัวคิ้วดึงแขนเสื้อหลวมกว้างของตน ก่อนจะจับมือนางไว้และออกแรงเช็ดให้จนสะอาดทีละนิด ทว่าปากกลับไร้ปรานี “หากนางไม่ยินดี นั่นก็เป็นสิ่งที่นางเลือกเอง คนไม่ได้ความอย่างเจ้าจะมาเสียใจแทนนางไปเพื่ออะไร”
ตัวรถมืดสลัว ปราศจากผู้อื่น
น้ำตาที่เจียงเสวี่ยหนิงกลั้นมาตลอดทางพลันร่วงริน นา