มาดิบดีอะไร พวกคำพูดการกระทำมิควรและเกเรผิดระเบียบของนางไม่เคยทำให้ใต้เท้าเจียงกับฮูหยินรู้สึกผิดหวังเลยหรือไรเล่า เด็กสาวน่ะความคิดละเอียดอ่อน ต่อให้ไม่ได้ยินใครพูดจากปาก เพียงมองสายตาก็อดตกใจและผิดหวังไม่ได้อยู่แล้ว นางทั้งมิได้ดื้อรั้นซุกซนและมิได้ไม่รู้ความหรอก เพียงแต่พวกท่านไม่เข้าใจส่วนคนแซ่เซี่ยเองก็มองไม่ออกจนพวกเราต่างทำร้ายนาง”
เจียงปั๋อโหยวนิ่งอึ้ง อับจนวาจา
เซี่ยเวยกล่าวจบแล้วคล้ายรู้สึกหดหู่เล็กน้อยไม่เอ่ยอะไรมากไปกว่านี้อีก เพียงกล่าวว่า “ขออำลา” จากนั้นจึงเดินช้า ๆ ผ่านระแนงดอกจื่อเถิงซึ่งกำลังแตกยอดอ่อนและออกมาจากจวน
รถม้าของเขารออยู่ที่ประตูข้าง
ทว่าเมื่อเดินออกไปเจี้ยนซูกลับไม่ได้อยู่บนที่นั่งสารถี กลับยืนลำตัวเหยียดตรงอยู่ด้านข้างมองมาด้วยสีหน้าแปลกประหลาด
เซี่ยเวยขมวดคิ้ว
ยังไม่ทันได้เอ่ยถาม เงาร่างซึ่งยืนอยู่หลังรถก็ก้าวออกมาคารวะเซี่ยเวย “ศิษย์คารวะอาจารย์รออาจารย์มาสักพักแล้วเจ้าค่ะ”
เจียงเสวี่ยหนิงกระวนกระวายยิ่งนัก ยิ่งรออยู่ข้างนอกนานเข้า ความกล้าหาญซึ่งผุดขึ้นมาเพียงเล็กน้อยอย่างกะทันหันก็ใกล้สูญสิ้น เกือบล้มเลิกความคิดและหนีกลับห้องอยู่แล้ว
โชคดีเซี่ยเวยออกมาพอดี
นางกัดฟันเดินเข้าไปคารวะ ฝืนเค้นรอยยิ้มพริ้มเพรา ทว่าใจเต้นถี่กระชั้นดั่งรัวกลอง
มีเพียงสวรรค์ที่รู้ว่าตอนนางเอ่ยปากขอร้องให้เขาช่วยจางเจอก่อนกระทำอัตวินิบาตกรรมในชาติก่อนยังไม่ตื่นเต้นขนาดนี้เ