กล้าขัดขวาง เจียงเสวี่ยฮุ่ยก็ขวางไม่อยู่
เจียงเสวี่ยหนิงได้ยินแล้วสงสัยอยู่บ้างว่าไฉนจึงดูเหมือนพุ่งเปั้ามาที่นาง จึงรั้งฝีเท้าหันหน้ากลับไป ทำให้มองเห็นใบหน้าของเมิ่งซื่อซึ่งกำลังเดินออกมาพอดี
ปกติเมิ่งซื่อถือเป็นฮูหยินตระกูลสูงศักดิ์ซึ่งรู้จักควบคุมสติอารมณ์ ทว่ายามนี้สีหน้าย่ำแย่อย่างที่ไม่เคยเป็น ครั้นเห็นนางก็ตวาด “กลับมาได้จังหวะพอดี ยังไม่หยุดรอข้าอีก!”
เจียงเสวี่ยหนิงขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้นนางปรายตามองเจียงเสวี่ยฮุ่ยทางด้านข้างถึงพบว่าใบหน้าค่อนข้างซีดเซียว แม้มีสีหน้าจะสงบนิ่ง แต่ก็ยากจะปิดบังความหม่นหมองเล็กน้อยบริเวณหางตา ดูเหมือนไม่สมใจปอง
ได้ครองตำแหน่งพระชายาหลินจืออ๋องเป็นมั่นเหมาะแล้วมิใช่หรือ
ยังจะไม่พอใจสิ่งใดอีก
เจียงเสวี่ยหนิงหัวเราะเย้ยหยันอย่างไร้สาเหตุอยู่ในใจ รู้สึกรำคาญเมิ่งซื่อนัก “ท่านแม่มีเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ”
“มีเรื่องอะไร นี่เจ้ายังไม่รู้อีกหรือว่ามีเรื่องอะไร ตระกูลเจียงของเรารวมถึงลูกฮุ่ยกำลังจะกลายเป็นตัวตลกของคนทั้งเมืองหลวงแล้ว!”หากนางไม่พูดน่ะยังดี แต่พอพูดด้วยท่าทีจริงจังเช่นนี้เมิ่งซื่อยิ่งปวดหัวหนัก “หากเจ้าไม่ทำลายชื่อเสียงของครอบครัว ไม่เที่ยวเตร่ไม่เป็นโล้เป็นพายกับผู้อื่นไปทั่ว ไหนเลยจะเกิดเรื่องพวกนี้”
เจียงเสวี่ยหนิงเริ่มจับต้นชนปลายได้
นางเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย“ไม่ได้รับเลือกเป็นพระชายาหรอกหรือเจ้าคะ”
ครั้งนี