กรองมาแล้วมีจำนวนไม่มากนัก พวกนางยืนเรียงแถวละหกคน พระสหายร่วมศึกษาแห่งเรือนหยางจื่อก็มีกันหลายคน
เจียงเสวี่ยฮุ่ย เฉินซูอี๋ เหยาหรงหรง รวมทั้ง…
ฟางเมี่ยวผู้มีสีหน้าสับสน
บิดาของนางเป็นหัวหน้าสำนักโหรหลวง อีกทั้งนางยังเคยเป็นพระสหายร่วมศึกษาเรือนหยางจื่อ ย่อมมีรายชื่อเข้าร่วมการคัดเลือกพระชายาอ๋องเช่นกัน
ฟางเมี่ยวรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตนมากนัก เพียงมาอย่างขอไปที
ทว่าไม่ควรเลยจริง ๆ ไม่รู้วังหลวงเป็นอะไรไปแล้วถึงต้องให้พวกนางมากันแต่เช้าตรู่ ตอนบรรดาสาวใช้จัดแจงจนเสร็จสรรพและเร่งให้นางออกมา นางจึงนับนิ้วทำนาย ยามเหม่าสามเค่อจะมืดก็ไม่มืด จะสว่างก็ไม่สว่าง หยินหยางสับเปลี่ยนยังไม่ถึงจุดสิ้นสุด เป็นเวลาที่ผีร้ายนับไม่ถ้วนออกอาละวาด มิใช่ฤกษ์งามยามดีที่จะออกจากบ้านเลยครั้นถึงหน้าประตูวัง ก็มองเห็นเส้นแสงสีครามประดับทางทิศตะวันออก เฉียงใต้
ฟางเมี่ยวคลำหาเหรียญทองเหลืองที่ตนซ่อนอยู่ในแขนเสื้ออย่างอดไม่อยู่ ถึงกับทำนายได้ลางร้ายให้ตนเองจนอกสั่นขวัญหาย ใคร่เบือนหน้าหนีและวกกลับจวนในบัดดล เกรงจะประสบคราเคราะห์เลือดตกยางออก
นางยืนระหว่างเจียงเสวี่ยฮุ่ยกับเฉินซูอี๋ เมื่ออยู่รวมกับคุณหนูใหญ่จากตระกูลบัณฑิตซึ่งวันนี้แต่งกายเฉิดฉันสะดุดตาเช่นทั้งสอง แม้ตัวนางจะสวมชุดกระโปรงลายสะบัดหมึกสีเหลืองอ่อนอันงดงาม แต่งแก้มทาชาดบนริมฝีปาก แต่กลับปราศจากความโดดเด่นเตะตาแม้แต่น้อยครั้นฟางเมี่ย