รดเช็ดหน้าเช็ดตาก่อนเถอะเจ้าค่ะ”
วันนั้นเขาพบเยี่ยนหลิน แต่ตนเองกลับใจลอยไปครู่หนึ่ง
เยี่ยนหลินจึงถามเขาว่าเกิดอะไรขึ้นเขาเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง เยี่ยนหลินจึงขอดูผ้าเช็ดหน้าปักลายผืนนั้น ขบคิดด้วยดวงตาวาววับอยู่สักพักก็เอ่ยกับเขาว่า “ทรงดูดอกเจียงสีแดงดอกนี้สิพ่ะย่ะค่ะ คิดว่าผู้ที่นั่งอยู่บนรถม้าคงเป็นคุณหนูตระกูลเจียง”
เสิ่นเจี้ยจึงถามว่าเป็นคุณหนูใหญ่หรือคุณหนูรอง
เยี่ยนหลินกลอกตาค้อน “หนิงหนิงน่ะของเปินซื่อจื่อ ของท่านอ๋องย่อมเป็นคุณหนูใหญ่ตระกูลเจียงอยู่แล้วพ่ะย่ะค่ะ”
อันที่จริงกาลเวลาก็ผันผ่านมาเนิ่นนาน เขาแทบลืมเสียงหัวเราะซึ่งกดต่ำเบา ๆ เสียงนั้นหมดสิ้น เหลือเพียงผ้าเช็ดหน้าปักลายดอกเจียงสีแดงผืนนั้นที่เก็บไว้กับตัวเพื่อรำลึกถึง
เสิ่นเจี้ยคิดว่าหากเลือกพระชายาก็สมควรเลือกผู้ที่ทำให้ตนหวั่นไหว
ทว่าไยไม่อาจสมปรารถนากันนะ
ข่าวเรื่องเหตุการณ์ที่ทงโจวก่อนหน้านี้ของคุณหนูรองตระกูลเจียงลุกลามอย่างรุนแรง ทำให้คุณหนูคนอื่นผู้อยู่ใต้ชายคาตระกูลเจียงพลอยเสื่อมเสีย มิเช่นนั้นวันนี้เขาคงเลือกเจียงเสวี่ยฮุ่ยทันทีโดยไม่ต้องสนใจคำตำหนิจากเสด็จแม่กับฮ่องเต้แล้ว…
เจียงเสวี่ยฮุ่ยเคยช่วยเวินเจาอี๋ เวินเจาอี๋จึงค่อนข้างเอนเอียงไปทางนาง และหวังว่าเจียงเสวี่ยฮุ่ยจะถูกเลือกเพื่อจะได้กลายมาเป็นกำลังสนับสนุนของตนภายหลัง ทว่าเซียวซูทางด้านข้างพูดคำก็ฝั่าบาทสองคำก็ฝั่าบาท นางจึงเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันและชักจ