ะหวาดระแวง
ในเมื่อฮ่องเต้ตรัสแล้ว ย่อมมิกล้าดึงดัน
เวินเจาอี๋เห็นเสิ่นเจี้ยยืนนิ่งไม่ไหวติงจึงกลอกตา หันเหใจความของประเด็นสนทนาโดยเริ่มเป็นฝั่ายเกลี้ยกล่อมแทน “เสียนเฟยตรัสถูกต้องเวลาเลือกพระชายาควรต้องเลือกผู้มีชาติกำเนิดใสสะอาดไม่ใช่หรือเพคะ ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของบรรพชนซึ่งมิอาจเพิกเฉย หากเลือกพระชายาเอกแล้วยังไม่อาจหักห้ามพระทัย ใช่ว่าจะรับพระชายารองไปพร้อมกันมิได้ สุดท้ายขอเพียงไม่ขัดพระประสงค์ของฝั่าบาทก็พอ”
เสิ่นเจี้ยกำห่วงหยกซึ่งเป็นเสมือนสิ่งแทนตำแหน่งพระชายาเอกแน่นเป็นเวลานาน
แม้จะเป็นเชื้อพระวงศ์ สูงส่งเป็นถึงหลินจืออ๋อง…
แต่เขากลับไร้อิสระจะตัดสินใจเรื่องการแต่งงานของตน
เสิ่นเจี้ยย่อมเหลือบเห็นผ้าเช็ดหน้าปักลายดอกหงเจียงในมือเจียงเสวี่ยฮุ่ย ทว่าเมื่อถ้อยคำของเวินเจาอี๋ดังเข้าหู ขณะกำลังเคลื่อนสายตาไปมองเจียงเสวี่ยฮุ่ยก็พลันรู้สึกอึดอัดคับข้องใจอีกครา เกรงว่ายิ่งมองจะยิ่งทวีความอึดอัดจึงเบนสายตาไปด้านข้างทันที
ผู้ที่ยืนอยู่ตรงนั้นไม่ทราบเป็นคุณหนูตระกูลใด ยืนก้มหน้าขยับปากขมุบขมิบ คล้ายกำลังสวดมนต์อย่างเงียบ ๆ
แม้จะรู้สึกคุ้นตา พอจำได้ราง ๆ ว่าเป็นหนึ่งในพระสหายร่วมศึกษาเรือนหยางจื่อ แต่ก็มิได้รู้สึกว่างดงามเท่าใดนัก เมื่อเคลื่อนสายตาถัดไปก็เห็นเฉินซูอี๋
ขณะนี้เองเซียวซูเอ่ยมาจากด้านหลังอีกครา“อย่างไรเสียฝั่าบาทก็ยังทรงให้ความสำคัญต่อท่านอ๋อง สตรีผู้มีชาติตระกูลสูงส่ง