เรื่องข่าวลือซึ่งแพร่สะพัดทั้งภายในและภายนอกวังหลวงมีหรือจะไม่รู้
ทว่าต่อให้คับแค้นเพียงใด ผู้ตัดสินใจก็ยังเป็นตัวนาง
นางยืดได้หดได้และบังคับให้ตนแสร้งไม่ได้ยินไม่ว่าอย่างไรก็บรรลุเปั้าหมายแล้ว กระทั่งว่ายังกลายเป็นพระสนมผู้ได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้ภายในชั่วข้ามคืน ผู้อื่นน่ะได้แต่วิพากษ์วิจารณ์ ยังจะทำอันใดได้อีก
“ถวายบังคมเพคะ ฮองเฮา”
ในอดีตเซียวซูมีสถานะไม่ธรรมดาจึงถวายบังคมฮองเฮาเพียงผ่าน ๆ เสมอ แม้แต่ยามนี้ก็ยังค้อมกายถวายบังคมเล็กน้อยพอเป็นพิธีโดยไม่เห็นฮองเฮาอยู่ในสายตาดังเดิมฮองเฮายิ้มฝืดฝืน ไม่อาจกล่าวอะไรได้มาก“บัดนี้สมควรเรียกว่าน้องหญิงเสียนเฟยแล้วสินะ”
เวินเจาอี๋เบ้ปากเย็นชา ใช้มือลูบไล้ท้องซึ่งนูนอย่างเห็นได้ชัด จงใจไม่ลุกและกล่าวด้วยท่าทีเกียจคร้าน “ตามหลักแล้วหม่อมฉันสมควรถวายบังคมเสียนเฟย แต่เนื่องจากตั้งครรภ์ อีกทั้งครรภ์นี้ยังอ่อนแอมาก มิกล้ากระทบกระเทือนขอเสียนเฟยทรงอภัยด้วยเพคะ”
เซียวซูยิ้ม “ไม่เป็นไร วันหลังค่อยทำก็ได้”
เวินเจาอี๋อยู่ห่างจากตำแหน่งเฟยเพียงก้าวเดียว ขอแค่ให้กำเนิดพระโอรสอย่างราบรื่นตำแหน่งกุ้ยเฟยย่อมไม่หนีไปไหน หรือต่อให้เป็นพระธิดาก็ยังได้ครองตำแหน่งเฟยแน่ ๆ ไหนเลยจะต้องถวายบังคมเซียวซูอีก
คำพูดของเซียวซูฟังคล้ายปกติธรรมดา ทว่าความหมายกลับชั่วร้ายยิ่งนัก!
เวินเจาอี๋สีหน้าแปรเปลี่ยนทันที นิ้วทั้งห้ากำที่พักแขนจนแน่น เกือบระเบิดอารมณ์เดี๋ยวนั