ญจกรซึ่งมีอำนาจภายในวังหลวงก็ยิ่งกระวนกระวาย
แต่หวังซินอี้ยิ้มร่า “ขอแสดงความยินดีต่อท่านกั๋วกง ขออวยพรท่านกั๋วกง!”
เซียวหย่วนตกตะลึง งุนงงไปชั่วขณะ “ยินดีเรื่องอันใด”
หวังซินอี้เป็นจิ้งจอกเฒ่าในวังหลวง คิดเพียงว่าเรื่องเมื่อคืนตระกูลเซียววางแผนมาอย่างดีแล้วส่วนเซียวหย่วนซึ่งอยู่ตรงหน้าแค่กำลังเสแสร้งเขาจึงเอื้อมมือไปตบบ่า รอยยิ้มแฝงการตีสนิท“เมื่อคืนบุตรีของท่านค้างคืนที่ตำหนักเฉียนชิงเช้าตรู่วันนี้ข้ามิบังอาจเรียกคุณหนูใหญ่เซียวอีกต่อไป แต่ต้องเรียกว่า ‘พระสนมเสียนเฟย’แล้ว!”
เซียวหย่วนนิ่งอึ้งเป็นอันดับแรก จากนั้นกลับสีหน้าแปรเปลี่ยนครั้งใหญ่ “เจ้าพูดอะไรนะ?!”
“จริง ๆ นะ เจ้าไม่ได้เห็นขบวนที่มาถ่ายทอดพระราชโองการเมื่อเช้านี้!” เซียวติ้งเฟยสองตาเปล่งประกายตอนบรรยายเหตุการณ์เมื่อเช้า ทั้งยังออกท่าทางด้วยกลัวเจียงเสวี่ยหนิงจะไม่เชื่อ“ไม่ว่าจะเป็นวัตถุล้ำค่าหายาก ผ้าไหมแพรพรรณทรัพย์สินเงินทอง ต่างพระราชทานมาดั่งสายน้ำหลาก ข้าตื่นมาดูตั้งแต่เช้าตรู่ โอ้โฮ วางเรียงรายเต็มลานเรือนเชียวนะ! พอถามถึงรู้ว่านางผู้หญิงหน้าเหม็นเซียวซูไปหลับนอนกับฮ่องเต้ที่วังหลวงทั้งคืน ถือว่ากู้หน้าให้ตนเองได้ ได้รับแต่งตั้งเป็นพระสนมทันที! ฮ่า ๆ ๆ เจ้าไม่เห็นสีหน้าของเซียวหย่วน ข้าน่ะเห็นเขาโมโหแทบกระอักเลือด…”
“…”
นิ้วมือของเจียงเสวี่ยหนิงค่อย ๆ กำถ้วยชาแน่น
ขณะนี้ยังอยู่ในโรงอุปรากร
ดอกสาลี่สีขาวพิสุทธิ์แ