บ่งบานประดับริมกำแพง ยามต้องลมดูบอบบางราวกับแผ่นกระดาษกระเพื่อมไหว เสียงเครื่องดนตรีดังแว่วมาจากเวทีอุปรากรชั้นล่าง คลอเสียงร้องอ้อยส้อยแฝงสำเนียงไพเราะอ่อนโยนของทางใต้ผู้ชมโดยรอบโห่ร้องชมเชย
ทว่าห้องรับรองพิเศษชั้นบนกลับเงียบกริบ
ทั้งคู่กำลังลอบวางแผนเรื่องการอภิเษกสมรสเชื่อมสัมพันธไมตรี เซียวติ้งเฟยจึงเล่าเหตุการณ์ภายนอกให้เจียงเสวี่ยหนิงทราบอยู่เสมอ หลายวันที่ผ่านมาต้องพบปะกันบ่อย ๆ จึงเลือกโรงอุปรากรแห่งนี้ ประการแรก มีผู้คนไปมาขวักไขว่สถานที่อันตรายที่สุดคือสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดประการที่สอง ทั้งสองคนต่างมีนิสัยรักสนุกชอบหาความสำราญเป็นทุนเดิมและไม่ต้องการไปโรงน้ำชาหรือโรงดนตรีที่จริงจังเกินไปนัก
เซียวติ้งเฟยยังอยากเล่าข่าวลือเหลวไหลที่ตนได้ยินมาตลอดทางแก่เจียงเสวี่ยหนิงเพื่อให้นางมีความสุขด้วย
ทว่าเพิ่งดื่มชาได้อึกหนึ่งให้ชุ่มคอและกำลังจะเอ่ยปากก็เหลือบเห็นสีหน้าตึงเครียดของนาง เขาตื่นตระหนกทันที หยุดพล่ามโดยไม่รู้ตัว “เจ้าเป็นอะไรไป”
ค้างคืนที่ตำหนักเฉียนชิง แต่งตั้งเป็นพระสนม!
ถ้อยคำเหล่านี้ประหนึ่งเข็มทิ่มแทงใส่หูของเจียงเสวี่ยหนิง เจ็บปวดเสียจนไม่อาจสาแก่ใจได้ลง!“นางช่างกล้าจริง ๆ …”
ชาติก่อนเซียวซูเป็นศัตรูคู่แค้นของเจียงเสวี่ยหนิง
ขณะเป็นพระสหายร่วมศึกษาที่ตำหนักเฟิงเฉิน อีกฝั่ายก็เป็นเฉกเช่นจันทร์กระจ่างบนท้องนภา ไข่มุกเจิดจรัสบนผืนปฐพี มีชาติกำเนิดดีกว่าและมีความรู้