รปรวน หมกมุ่นกามารมณ์
จำได้ว่านางเข้าวังเพื่อเข้าเฝั้าเป็นครั้งสุดท้ายในฐานะพระชายาอ๋องคือช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์
ขณะนั้นเสิ่นเจี้ยได้รับพระราชทานพระยศเป็นพระอนุชารัชทายาทแล้ว อีกทั้งเสิ่นหลางก็ใช้ผงห้าศิลา[1]ซึ่งหลอมโดยนักพรตมาช้านานประทับนิ่งไม่ไหวติงใบหน้าเคลิบเคลิ้มอยู่บนบัลลังก์ เมื่อทอดพระเนตรเห็นเสิ่นเจี้ย กับนางเดินจับมือกันเข้ามา แววตาชั่วร้ายวาววับก็ประทับบนร่างนาง หลังจากสนทนากันเล็กน้อยเสิ่นเจี้ยก็รู้สึกได้ถึงความไม่เหมาะสม จึงอ้างว่ามีเรื่องจะสนทนากับเสิ่นหลางตามลำพัง ให้นางออกไปก่อน
นางก้มหน้าขอตัวลาด้วยความกระวนกระวาย
ทว่าจวบจนเดินออกมาและนั่งรออยู่ตำหนักข้าง นางก็ยังคงรู้สึกว่าสายพระเนตรประดุจอสรพิษนั้นยังคงตามติดจนตัวสั่นสะท้าน
วันนั้นไม่รู้สองพี่น้องสนทนาอะไรกันบ้าง เสิ่นเจี้ยผู้สุขุมเยือกเย็นและเป็นมิตรเสมอ ๆ กลับหน้าบูดบึ้ง เมื่อถึงจวนก็เข้าห้องทรงพระอักษรไม่ออกมาอีก
ขณะนั้นเจียงเสวี่ยหนิงยังยินดีจะประจบเอาใจสามี
นางให้ห้องเครื่องตุ๋นน้ำแกงลูกนกพิราบเห็ดนางฟั้า จากนั้นยกไปที่ห้องทรงพระอักษรกลางดึกหากเป็นเช่นก่อนเก่า นางย่อมเข้าออกห้องทรงพระอักษรได้ทุกเมื่อ
แต่วันนี้มีคนขวางอยู่ด้านนอก
เมื่อเด็กรับใช้เข้าไปแจ้ง เสิ่นเจี้ยถึงเดินออกมา
ตอนประตูห้องอักษรเปิด เจียงเสวี่ยหนิงเห็นคนนั่งอยู่ข้างในไม่น้อย บริเวณที่นั่งริมหน้าต่างติดกับชั้นวางของสะสมปรากฏชายชุดนักพรตสีขาว