พิสุทธิ์เด่นสะดุดตา เซี่ยเวยผินหน้ามาสบสายตาของนางเข้าพอดี เพียงแต่นางไม่ทันมีปฏิกิริยาตอบสนองอันใดประตูก็เคลื่อนปิดเสียแล้ว ส่วนผู้ยืนอยู่ตรงหน้าคือเสิ่นเจี้ยซึ่งกำลังยิ้มให้นางอย่างอ่อนโยน
เสิ่นเจี้ยรับโถน้ำแกงที่นางยกมา กล่าวว่าจะกลับห้องดึกหน่อย ก่อนสั่งให้บ่าวไพร่ส่งนางกลับด้วยความเอาใจใส่
เจียงเสวี่ยหนิงกลับไปล้มตัวนอนที่ห้อง ผ่านไปเนิ่นนานกว่าจะนอนหลับลง
จวบจนฟั้าเริ่มสาง ร่างซึ่งเย็นเยียบเล็กน้อยก็สอดกายเข้ามาในผ้าห่มอุ่นและโอบกอดนาง นางพยายามลืมตา เห็นกระดาษกรุหน้าต่างกลายเป็นสีครามเข้มหลังปรากฏแสงอรุโณทัยแล้วนางพบเสิ่นหลางอีกคราตอนพระราชพิธีสวรรคตของฮ่องเต้ซึ่งร่างถูกบรรจุลงโลงอันหรูหรา…
เจียงเสวี่ยหนิงจึงไม่ค่อยรู้จักและเข้าใจฮ่องเต้ซึ่งมีอำนาจกุมความเป็นความตายของผู้อื่นเท่าไรจริง ๆ แต่เมื่อวิเคราะห์จากเบาะแสต่าง ๆ ก็พบว่าเขาย่อมไม่ใช่เจ้าผู้ปกครองผู้ทรงเมตตาธรรมซึ่งคำนึงถึงอาณาประชาราษฎร์อะไรนั่นหรอก
เสิ่นหลางเหมือนคนสติวิปลาสมากกว่า
เซียวซูที่อายุยังน้อยแต่รู้จักใช้เรื่องหยกหรูอี้ใส่ความนางก็ย่อมมิใช่คนดีหากเซียวซูมิได้จ่ายค่าตอบแทนมากพอ เสิ่นหลางไม่มีทางแต่งตั้งนางเป็นพระสนมโดยเมินเฉยเสียงของคนใต้หล้า มิหนำซ้ำความคิดอ่านของฮ่องเต้ผู้นี้ยังล้ำลึกยากหยั่งถึง ยามเช้าตรู่ไม่สั่งให้คนส่งตัวนางกลับจวนเพื่อรอพิธีแต่งตั้ง แต่ให้อยู่ในวังทันทีและยกเลิกการออกว่าราชการไม่ยอมให้