้ถ้วนถี่แม้แต่น้อย มองแวบเดียวก็ก้มหน้างุด
ทว่าเพิ่งเดินไปได้ครึ่งทาง เซียวซูก็ชะงักฝีเท้านางกำนัลประหลาดใจ หันหน้ากลับไปมอง
เห็นเซียวซูยืนอยู่ใต้กำแพงวัง เงยหน้ามองบางแห่งเหนือศีรษะ จิ้งจกขนาดไม่ใหญ่นักนอนหมอบอยู่บนขอบกำแพงสีชาด ร่างกายบริเวณอื่นปราศจากสิ่งผิดปกติอันใด มีเพียงส่วนหางที่หายไปช่วงหนึ่ง แลดูโล่ง ๆ ที่แท้ก็เป็นรอยขาด
นางกำนัลตกใจ “ขันทีภายในวังต้องประมาทเลินเล่อเป็นแน่แท้ ไฉนจึงมีเจ้าตัวนี้อยู่ได้”
ก่อนจะเดินเข้าไปไล่จิ้งจก
จิ้งจกตัวนั้นตกใจ ไต่ขอบกำแพงหายลับไปในบัดดลเซียวซูหลุบเปลือกตา สีหน้าฉายแววกลัดกลุ้มเล็กน้อย ความเศร้าหมองที่ไม่อาจสาธยายถั่งท้นภายในจิตใจ หากกาลก่อนเคยมีคนบอกว่าข้าจะถูกคนบีบคั้นทีละก้าวจนถึงขั้นต้องตัดหางเพื่อเอาตัวรอด ข้าคงคิดว่าคนผู้นี้กล่าววาจาเหลวไหลไร้สาระ ทั้งยังสั่งให้คนนำไม้กระบองมาทุบตีและขับไล่ไสส่งไปแล้ว
แต่บัดนี้…
สภาวะแห่งความเป็นจริงตั้งอยู่ตรงหน้านางอย่างโหดร้าย
ถ้อยคำเย็นชาของเซียวไทเฮาภายในตำหนักฉือหนิงเมื่อครู่ยังคงดังก้องในหัว แต่ถึงกระนั้นก็มิได้ทำให้นางผิดหวังเสียใจ หรือกระทั่งละอายแก่ใจเลยสักนิด
นางจะไม่รู้ผลลัพธ์จากการใส่ไคล้เจียงเสวี่ยหนิงด้วยเรื่องเหตุการณ์ที่ทงโจวได้อย่างไรเล่า
และยิ่งไม่มีทางไม่ล่วงรู้สถานการณ์ปัจจุบันอย่าว่าแต่หลินจืออ๋องเสิ่นเจี้ยเลย ขอเพียงภายในเมืองหลวงมีผู้ช่างสังเกตสักหน่อย ย่อมไม่มีวันสู่ขอตนในย