ขาจะเปล่งวาจา
นางนิ่งอึ้งก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นปรบมือราวกับพบเรื่องน่าสนุกอะไรเข้า “ยังนึกว่าเจ้าพูดน้อยปากหนักเสียอีก หาเรื่องตั้งหลายครั้งจนนึกว่าฝึกฝนตนกลายเป็นเซี่ยจวีอันคนที่สองไปแล้วกำลังหมดสนุกอยู่พอดี คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะมีช่วงที่ไม่อาจสะกดกลั้นเพลิงโทสะอยู่ด้วย!”
จางเจอไม่รู้สึกรู้สา เพียงตอบว่า “ฮองเฮาทรงเป็นเช่นนี้ ไม่ทราบทรงนำฝั่าบาทไว้ที่ใด ทรงนำกระหม่อมไว้ที่ใด และทรงนำความถูกต้องความยุติธรรม ศีลธรรม และเกียรติยศไว้ที่ใดเล่า”
คราวก่อนตอนพบเจียงเสวี่ยหนิงที่พระราชวังฤดูร้อนก็แบบนี้ผู้ใดจะคาดคิดว่าครั้นเจียงเสวี่ยหนิงได้ยินคำกล่าว แม้สีหน้าขี้เล่นเมื่อครู่ยังไม่เลือนหาย ทว่าดวงตาฉายความโกรธเกรี้ยวเล็กน้อย แต่ถึงกระนั้นกลับทำให้ดวงหน้ายิ่งสะคราญโฉมเป็นเท่าตัว นางย่างมาถึงเบื้องหน้าเขาจนปลายเท้าแทบจะชนปลายเท้า ฉีกมุมปากเอ่ยว่า “ผู้ใดใช้ให้คราวก่อนเปินกงพบใต้เท้าจางแล้วเกิดต้องใจขึ้นมาเล่า”
เดิมทีคำกล่าวแบบนี้ควรเป็นถ้อยคำรักซาบซึ้งตรึงใจ แต่เมื่อเอ่ยจากปากนางกลับไม่สำรวม หยาบคาย และแฝงการประชดประชันอย่างรุนแรง!
เพลานั้นความอดทนของจางเจอถึงขีดสุดแล้วเขารู้ว่าอีกฝั่ายกำลังกลั่นแกล้ง จึงถอยหลังหนึ่งก้าว หลุบตาเอ่ยว่า “กระหม่อมซื่อสัตย์เที่ยงตรงไม่เกรงกลัวข่าวลือ แต่พระจริยวัตรของพระองค์อาจก่อให้เกิดคำติฉินนินทา เกรงว่าเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในราชสำนักคงไม่ส่งผลดีต่อพระองค์แน่