ด้พบเจียงเสวี่ยหนิงย่อมไม่มีเรื่องดีหลังจากค้อมกายถวายบังคมก็ไม่อยากหาเรื่องใส่ตัว หลีกออกซ้ายตั้งท่าจะเดินจากไป
เจียงเสวี่ยหนิงไม่อยากให้เขาไปซ้าย นางจึงยืนอยู่ทางซ้าย
เมื่อเขาเดินไปขวา เจียงเสวี่ยหนิงก็เปลี่ยนไปยืนทางขวา
ไม่ว่าจะทำเช่นไรก็ขวางทางเขาได้พอดิบพอดีจางเจอรู้ว่านางตั้งใจกลั่นแกล้งอีกแล้วใบหน้าเฉยเมยยิ่งไร้ความรู้สึก ครั้นเหลือบเห็นนางหยักโค้งริมฝีปากสีชมพูคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มมองมา ความหงุดหงิดรำคาญใจก็ยิ่งไหลทะลัก
เขาเอ่ยว่า “กระหม่อมยังมีธุระ ขอฮองเฮาโปรดหลีกทางให้ด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
เจียงเสวี่ยหนิงโบกมือสั่งให้นางกำนัลหลบไปไกล ๆ หมายมั่นว่าจะขวางทางให้จงได้ เมื่อเห็นดวงตาเย็นชาของเขา จึงใช้ดอกเหมยสีเขียวกิ่งนั้นเชยคางเรียวแหลมของเขาขึ้นเพ่งพิศใบหน้ากล่าวด้วยถ้อยคำแฝงการกระเซ้าเย้าแหย่ “ใต้เท้าจางทั้งอารมณ์ร้ายและนิสัยแข็งกร้าว ทว่าคิ้วกลับงามนัก หากเปินกงจะไม่หลีกเสียอย่างเล่า”กิริยาวาจาเช่นนี้ไหนเลยจะเหมือนฮองเฮาซึ่งเป็นมารดาแห่งแผ่นดิน
ในที่สุดจางเจอก็ปัดนางออก กล่าวด้วยความเฉยชาใบหน้าเคร่งขรึม “ฮองเฮาทรงเป็นถึงมารดาแห่งแผ่นดิน เป็นผู้ดำรงตำแหน่งสูงสุดแห่งตำหนักคุนหนิง ย่อมต้องมีพระจริยวัตรเหมาะสม ฝั่าบาททรงเป็นทั้งพระสวามีและเจ้าผู้ปกครอง ดังนั้นเมื่อฮองเฮาตรัสด้วยถ้อยคำไม่สำรวมเช่นนี้ เกรงจะก่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในราชสำนักพ่ะย่ะค่ะ”
เจียงเสวี่ยหนิงคล้ายนึกไม่ถึงว่าเ