้ามาเชิญเซี่ยเวยให้ร่วมเดินทางไปสำนักมหาบัณฑิต เซี่ยเวยจึงมุ่งตรงไปยังห้องรอเข้าเฝั้าพร้อมขุนนางที่ปรึกษาคนอื่นเหมือนไม่เคยเอ่ยสิ่งใด
จางเจอยืนอยู่หน้าขั้นบันไดครู่หนึ่ง จากนั้นเดินไปทางหอเหวินยวนทางทิศตะวันออก
คดีทุจริตในสนามสอบนั้นสลับซับซ้อนพัวพันถึงขุนนางซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานคุมสอบหลายคน จำต้องสอบถามเงื่อนงำจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพียงแต่ระหว่างทางกลับใจคอไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัว
ถึงขั้นมองไม่เห็นว่าเจียงเสวี่ยหนิงพาเหล่านางกำนัลเดินมาแต่ไกลเมื่อใด เขาจึงไม่ได้หลีกทาง
คล้ายว่านางไปอุทยานหลวงมาแล้วรอบหนึ่งนางกำนัลผู้ติดตามคนหนึ่งถือกรรไกร ส่วนคนที่เหลือถือกิ่งเหมยต้องหิมะกันหลายกิ่ง
อากาศกำลังหนาวเหน็บ ดอกเหมยบานสะพรั่ง
บ้างสีแดง บ้างสีขาว บ้างสีเหลืองมีเพียงกิ่งโค้งงอเล็กบางขนาดราวหนึ่งฉื่อซึ่งเจียงเสวี่ยหนิงถืออยู่เท่านั้นที่มีสีเขียวอ่อนประดุจถั่วเขียว หายากยิ่งนัก
ได้ยินว่ามีเหมยสีเขียวหายากต้นหนึ่งปลูกอยู่มุมตะวันออกของอุทยานหลวง ตอนนั้นเมื่ออดีตฮ่องเต้เสิ่นหลางขึ้นครองราชย์ได้หนึ่งปี ราชครูสมณะหยวนจีปลูกเหมยต้นนี้เนื่องจากแพ้เดิมพันเซี่ยเวย ครั้นถึงช่วงฤดูหนาวของทุกปีจะผลิดอกบานสะพรั่ง กลีบดอกล้วนเป็นสีเขียวอ่อน
บรรดาชาววังรักใคร่ทะนุถนอม มิกล้าแตะต้องโดยพลการ
แต่เมื่อตกอยู่ในมือเจียงเสวี่ยหนิง นางกลับหักและบีบชมเล่นเบา ๆ ตามใจชอบ ประหนึ่งมิได้ล้ำค่าอะไรสักนิด
เขารู้ว่าไ