ที่นี่ก็เป็นประตูตำหนักเฉียนชิง นางไม่กล้ากลั่นแกล้งเขาต่อหน้าขุนนางชั้นผู้ใหญ่จำนวนมาก จึงเพียงเดินนำนางกำนัลกลุ่มหนึ่งจากไปอย่างเร็วรี่
ต่อมาเสิ่นเจี้ยก็เรียกพวกเขาเข้าตำหนักเพื่อหารือข้อราชกิจ
ขณะถวายบังคมและกำลังจะลุก จางเจอบังเอิญเห็นฮ่องเต้หนุ่มผู้สุภาพงามสง่ากำลังจัดแขนเสื้อที่พลิกเปิดให้กลับมาเรียบร้อย แต้มผงสีชมพูไม่ค่อยสะดุดตาเปือนขอบเล็บนิ้วนางข้างขวาอันมันวาว ประหนึ่งเป็นร่องรอยแห่งความรัญจวนที่หลงเหลือเขาไม่รู้ว่าผู้อื่นสังเกตเห็นหรือเปล่า
ทว่าตลอดระยะเวลาการหารือข้อราชกิจนานหนึ่งชั่วยาม แม้เขาจะตอบอย่างคล่องแคล่วฉะฉาน ทว่ายามไม่เปล่งวาจากลับเงียบขรึมกว่าเคย ทวีความอึดอัดคับข้องใจที่ยากจะสัมผัสได้
ขณะทุกคนกล่าวทูลลาและเดินออกจากตำหนักเฉียนชิง เซี่ยเวยพลันชะงักฝีเท้าปรายตามองเขาทีหนึ่งแล้วจึงพูดว่า “คดีทุจริตที่สนามสอบเจียงหนานเกี่ยวพันกว้างขวางมากนัก วาจาของใต้เท้าจางวันนี้น้อยกว่าปกติอยู่นะ”
บทที่ 156 ริษยา (2)จางเจอมิได้สนิทสนมกับพระอาจารย์ของฮ่องเต้
ทว่าขณะนั้นใจสั่นสะท้าน
เขาตอบกลับว่า “เรื่องนี้ใหญ่หลวงนัก นิสัยพูดน้อยมาแต่เดิมจึงยิ่งมิกล้ากล่าวถ้อยคำเหลวไหลขอรับ”
ใบหน้าของเซี่ยเวยมักประดับรอยยิ้ม มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นด้วยความเป็นมิตร แม้อยู่ในช่วงเหมันต์ก็มักทำให้คนอบอุ่นราวกับอาบสายลมวสันต์
แต่เมื่อฟังคำกล่าวนี้แล้ว เซี่ยเวยกลับไม่ตอบคำ
ขุนนางอาวุโสด้านข้างเข