ต้เท้าจางได้รับแล้วหรือยังเจ้าคะ”
ทั้งที่ทุกถ้อยคำสุดแสนจะใส่ใจ แต่จางเจอกลับรู้สึกเหมือนมีดกรีดดวงกมล
เขายืนตรงหน้านางเหมือนไม่เป็นอะไร ทว่าใจเต็มไปด้วยบาดแผล โลหิตไหลพรั่งพรู ต้องออกแรงกำม้วนภาพวาดในมือถึงทำให้เสียงกลับมาเรียบเฉยตามปกติ “ได้รับแล้ว”
เจ้าหน้าที่สองนายสบตากัน แทบสงสัยว่าตนหูฝาดหรือเปล่า ทว่าเมื่อเห็นสีหน้าคล้ายจะปกติของใต้เท้าจางกลับรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดแผกไปอย่างหาได้ยาก
ขณะนี้จางเจอได้รับความโปรดปรานจากฝั่าบาท
หากพวกเขาไม่รักชีวิตรั้งอยู่ฟังเรื่องส่วนตัวของผู้อื่น รู้ได้เยี่ยงไรเล่าว่าในอนาคตจะไม่ถูกคนผู้นั้นหวาดระแวง
ทั้งสองจึงค้อมกายถอยจากไปเงียบ ๆเพียงแต่เมื่อเดินไปไกลแล้วยังอดหันกลับมามองไม่ได้ เห็นชัดว่าไม่อาจสะกดกลั้นความสงสัยใคร่รู้
เจียงเสวี่ยหนิงไม่ยินดียินร้าย ครั้นได้รับคำตอบยืนยันจากจางเจอใจพลันเต้นรัวขึ้นหลายส่วน ทว่าสิ่งที่ตามมาคือลางสังหรณ์อัปมงคลอันเบาบาง ดวงใจปวดแปลบราวกับถูกเข็มทิ่มแทง
มีเสียงหนึ่งดังก้องในหัวสมองว่า ไม่ต้องถามไม่ต้องถามแล้ว
เขาพูดถึงขั้นนี้ จะยังมีสิ่งใดไม่ชัดเจนอีก
ทว่าความเจ็บแสบที่แผ่ขยายต่อเนื่องก่อให้เกิดความรู้สึกราวกับหายใจไม่ออก นางพลันเมินเสียงนั้นด้วยความดื้อดึง “ในนั้นเขียนอะไรไว้บ้าง ใต้เท้าจางคงเห็นแล้วใช่หรือไม่”
จางเจอตอบ “เห็นแล้ว”
เจียงเสวี่ยหนิงยังคงยิ้มแย้มอย่างเปิดเผยแบบที่ไม่เคยทำ “ผู้อื่นต่างรู้ว่าท่านเย็