เจียงเสวี่ยหนิงเรียกให้หลิวหยางเข้ามาและพูดเสียงเบาสั่งการไปคำรบหนึ่ง
หลิวหยางตาโตอ้าปากค้าง
เจียงเสวี่ยหนิงกลับยิ้มบาง “ต่อให้มีคนดึงดันคิดจะเดิมพันสักตั้ง แต่ข้าเดาว่าผู้อื่นไม่ยอมให้นางสมใจอยากหรอก ไปทำตามสิ่งที่ข้าบอกเถอะ”
*****
เมื่อหลี่ว์เสี่ยนปล่อยหนึ่งหมื่นหุ้นออกไปแล้วหุ้นนาเกลือตระกูลเหรินจึงพลันล่มสลาย ราคาหุ้นร่วงกราวราวกับทิ้งดิ่งลงหน้าผา
แปดร้อยอีแปะ เจ็ดร้อยอีแปะ…
เมื่อถึงวันที่หก แม้แต่ราคาตั้งต้นจำนวนห้าร้อยอีแปะก็ไม่ถึง คงเหลือเพียงสี่ร้อยอีแปะเท่านั้น
ปั๋อฮูหยินแทบน้ำตานองหน้าอยู่ภายในจวน“บอกเจ้าแต่แรกแล้วว่าเป็นกุลสตรีในหอห้องจะทำอะไรไม่ทำ ไยต้องไปยุ่งกับเรื่องบ้าบอที่มีแต่ปัญหาเช่นนี้ด้วย มิหนำซ้ำเมื่อเกิดเรื่องก็ไม่ฟังคำเตือนของผู้อื่น หากขายหุ้นพวกนั้นทิ้งและได้เงินกลับคืนมาบ้างเสียแต่เนิ่น ๆ จะตกอยู่ในสภาพแบบนี้ได้อย่างไร! เย่ว์เอ๋อร์ ท่านปั๋อโมโหเจ้าจนล้มหมอนนอนเสื่อ เจ้าฟังแม่สักคำเถอะนะ ใกล้ถึงวันคัดเลือกพระชายาอ๋องแล้ว หากยังปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปอีก…”
โหยวเย่ว์ที่อยู่ภายในห้องนั่งเหม่อลอย
นัยน์ตาทั้งสองข้างจับจ้องสัญญาและเอกสารรับรองการซื้อขายหุ้นหลายแผ่นภายในกล่องตรงหน้า นางนอนหลับไม่เต็มตามาหลายวันดวงตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยดูน่ากลัวอยู่บ้าง
นางแสร้งไม่ได้ยินคำพูดของปั๋อฮูหยิน
ทำเพียงถามสาวใช้ข้างกายไม่รู้รอบที่เท่าไรแล้วว่า “มีข่าวใหม่บ้างหรือไม่”