หลายวันที่ผ่านมาสาวใช้ซึ่งคอยปรนนิบัติรับใช้ต่างอกสั่นขวัญหายตาม คนในจวนต่างเห็นว่าหมู่นี้โหยวเย่ว์มีท่าทีผิดปกติอย่างยิ่ง แต่ถึงกระนั้นก็ไม่กล้าขัดเจตนารมณ์ ส่งคนไปสืบข่าวคราวล่าสุดที่โรงเตี๊ยมสู่เซียงแทบจะทุกครึ่งชั่วยาม
ทว่าตอนนี้ก็ยังไม่มีข่าวล่าสุด
สาวใช้ตัวสั่นงันงก ตอบเสียงแผ่วเบาราวกับเสียงยุง “ไม่มี ตอนนี้ก็ยังไม่มีเจ้าค่ะ”
โหยวเย่ว์พลันเผยสีหน้าดุร้าย ลุกขึ้นตบหน้าสาวใช้จนล้มลงพร้อมตวาดด่าทอ “ผ่านมาตั้งหนึ่งชั่วยามก็ยังไม่เห็นกลับมา มัวไปทำอะไรกันอยู่หา”
ใบหน้าของสาวใช้พลันแดงไปครึ่งแถบ
ปั๋อฮูหยินร้องด้วยความตกใจ “เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ นี่จะทำอะไรอีก ผู้อื่นจะกลับมาหรือไม่แล้วเกี่ยวอะไรกับสาวใช้ในเรือนส่วนหลังด้วยเจ้าถูก ผีสางครอบงำจนเสียสติไปแล้วจริง ๆ เย่ว์เอ๋อร์ ก็แค่เงินไม่กี่พันตำลึง หากปล่อยวางได้ปล่อยวางไปไม่ดีกว่าหรือ ถ้าเจ้าได้รับเลือกให้เป็นพระชายาหลินจืออ๋อง วันหน้าลาภยศสรรเสริญก็อยู่ใกล้แค่เอื้อมแล้วไม่ใช่หรือไร”ใช่ว่าที่ผ่านมาโหยวเย่ว์ไม่เคยนึกถึงสถานะดังกล่าว ทว่าถ้อยคำของปั๋อฮูหยินยามนี้ระคายหูเป็นพิเศษ กระตุ้นจิตใจที่บอบช้ำตลอดหลายวันที่ผ่านมายิ่งกว่าเก่า ทำให้นางแค้นใจยิ่งนัก
นางแค่นหัวเราะเย้ยหยัน “ง่ายดายขนาดนั้นเชียวหรือเจ้าคะ”
ปั๋อฮูหยินนิ่งอึ้ง
โหยวเย่ว์กล่าวด้วยท่าทีดุร้าย “เมืองหลวงมีธิดาตระกูลใหญ่ตั้งมากมาย ด้านหนึ่งมีเซียวซู อีกด้านก็มีเจียงเสวี่