่องเต้ จึงลอบพิศวงกันถ้วนหน้า
เมื่อเห็นเขายืนอยู่ตรงนี้ก็อดแปลกใจอยู่บ้างไม่ได้
เจียงเสวี่ยหนิงเองก็นึกสงสัย
ทุกคนยังไม่ทันเอ่ยถามอะไร เจิ้งเปั่าที่เฉลียวฉลาดหัวไวเมื่อเห็นสีหน้าของพวกนางก็คาดเดาได้พอสมควร เป็นฝั่ายผงกศีรษะเอ่ยว่า “เมื่อคืนฝั่าบาทกับเซี่ยเซียนเซิงรวมถึงขุนนางชั้นผู้ใหญ่หลายท่านร่วมหารือข้อราชกิจกันจนดึกดื่นต้องพำนักในวัง พักผ่อนกันอยู่ที่ตำหนักข้างของตำหนักเฟิงเฉินขอรับ เดิมทีฝั่าบาทไม่มีพระประสงค์จะรบกวนแต่เช้าตรู่ ทว่ามีเรื่องตึงมือเสนอขึ้นมาจากเบื้องล่างต้องการให้เซียนเซิงออกไปร่วมหารือ ดังนั้นจึงจำใจมารบกวนการพักผ่อนของเซียนเซิงเพื่อเชิญท่านไปน่ะขอรับ”
ที่แท้ก็มาเชิญตัวเซี่ยเวยนี่เอง
ถ้าอย่างนั้นก็เข้าใจได้ เจียงเสวี่ยหนิงจำได้ว่าชาติก่อนเซี่ยเวยก็มีธุระทำให้อยู่ในวังจนดึกดื่นเมื่อประตูวังลั่นดาลและต้องค้างแรมในวังหลวงเขาก็แทบจะพำนักแต่ที่ตำหนักเฟิงเฉิน ประการแรกคืออยู่ใกล้ตำหนักบรรทมของฮ่องเต้ สะดวกเรียกตัวเข้าเฝั้าเพื่อหารือได้ทุกเมื่อ ส่วนประการที่สองคืออยู่ใกล้หอสมุดเหวินยวน หากมีวิชาที่ต้องสอนก็จะได้เดินทางไปได้สะดวก
ทุกคนได้ยินเจิ้งเปั่าอธิบายก็คลายสงสัยทันทีคารวะและเดินผ่านข้างกายเขาเข้าไปในตำหนักหลักของตำหนักเฟิงเฉินเพื่อรออาจารย์เริ่มสอน
เจียงเสวี่ยหนิงเดินก้มหน้าก้มตาผ่านไป ไม่ปรายตามองเจิ้งเปั่าสักแวบเดียว
รอในตำหนักได้ครู่หนึ่งเสิ่นจื่ออีถึงเดินเ