ล้ยามจื่อ เขาพลิกร่างไปมาตลอดคืน นอนหลับไม่สนิท
พอขันทีน้อยมาเชิญก็ลุกจากเตียง
สีหน้าเขาไม่สู้ดีนัก ทว่านับตั้งแต่ย่างเข้าฤดูหนาวปีก่อนสีหน้าก็ไม่ค่อยดีเรื่อยมา ผู้อื่นจึงไม่ทันสังเกตหลังจากล้างหน้าบ้วนปากเล็กน้อยค่อยเดินออกมาจากตำหนักข้าง
ขณะนี้ตำหนักหลักเริ่มการเรียนการสอนแล้วเสียงที่กำลังสอนหมากล้อมของมหาบัณฑิตผู้สอนวิชาคำนวณแห่งสถานศึกษาหลวงแว่วออกมาจากด้านใน ครั้นได้ยินจึงอดปรายตามองไม่ได้
กลายเป็นว่าเห็นเจียงเสวี่ยหนิงเข้า
บานหน้าต่างแง้มปิดครึ่งหนึ่งในสภาพอากาศหนาวเย็น ใบหน้าเท่าฝั่ามืออันขาวอมชมพูของนางปรากฏค้างอยู่กลางช่องว่างหน้าต่าง ฝั่ามือหนุนคางเรียวเล็ก นัยน์ตาซึ่งยามปกติสว่างสุกใสเลื่อนลอยไร้ชีวิตชีวาอยู่หลายส่วน ปราศจากการขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวเป็นเวลานาน
กำลังเหม่ออยู่ชัด ๆ !
เซี่ยเวยเห็นแล้วชะงักฝีเท้า หัวคิ้วเริ่มขมวดมุ่น
เจียงเสวี่ยหนิงอยู่ไกลจากเขามาก ทว่าพริบตาที่เห็นเขาหยุดเดินและมองตรงมาก็รู้สึกถึงไอเย็นที่พุ่งปราดตามกระดูกสันหลังจนร่างสั่นสะท้าน ไม่รู้หัวสมองคิดอะไรอยู่ เอื้อมมือปิดบานหน้าต่างดัง ‘ปัง’
บดบังสายตาในบัดดลเพียงแต่เสียงกะทันหันย่อมทำให้ซุนซู่ซึ่งกำลังสอนหมากล้อมตกใจ เมื่อเห็นว่าเป็นฝีมือของเจียงเสวี่ยหนิงริมหน้าต่างก็ย่นหัวคิ้วถาม“คุณหนูรองเจียงกำลังทำสิ่งใดอยู่หรือ”
ทุกคนเบนสายตามาที่นาง
เจียงเสวี่ยหนิงหัวเราะด้วยความกระดากอายอธิบายว่า “ข้างนอก