วหลายวันจนติดใจ พอกลับวังหลวงก็ไม่ฟังการสอนแล้วหรือ”
เจียงเสวี่ยหนิงโอดครวญในใจว่าถูกใส่ความแท้ ๆ “วันนี้ข้าก็ฟังอยู่นะเจ้าคะ”เซี่ยเวยหมุนนิ้วเรียวยาวเบา ๆ ครั้งหนึ่งเพื่อวางพาดพู่กัน จากนั้นคลำหาตราประทับจากกล่องด้านข้าง เจียดเวลาปรายตามองนางพร้อมกล่าวเสียงเรียบ “พอไปได้ยินว่าข้างนอกบุปผาจะแบ่งบานเมื่อใด หิมะกำลังจะละลายเมื่อใด จึงทำให้เจ้ารู้สึกอยากออกไปหลงระเริงมากเลยใช่หรือไม่”
——————–
1. ตำราวิชาคำนวณสิบบท เป็นตำราวิชาคณิตศาสตร์ที่รวบรวมเนื้อหาตั้งแต่สมัยฮั่น-ถัง ภายในหนึ่งเล่มมีเนื้อหาสิบเรื่องเคยใช้สอนในสำนักศึกษาสมัยสุย-ถังบทที่ 151 เกิดความคิด (2)พันไม่ควรหมื่นไม่ควร นางไม่ควรเหม่อแล้วถูกเซี่ยเวยจับได้คาหนังคาเขาเลย
เจียงเสวี่ยหนิงสองมือไพล่หลัง นิ้วกระหวัดรัดกันแน่น
นางหวนนึกถึงฝั่ามือซึ่งถูกเซี่ยเวยตีนอกจากนี้เมื่อได้ยินคำว่า ‘หลงระเริง’ สามพยางค์ของเขาซึ่งคล้ายแฝงความนัยก็ไพล่นึกถึงสิ่งที่ตนกล่าวกับเซียวติ้งเฟยขณะเดินไปตำหนักฉือหนิงเมื่อวาน กลัวจะถูกคิดบัญชีเก่า สุดท้ายจึงไม่กล้าโต้เถียง ทำเพียงก้มหน้างุด
เซี่ยเวยประทับตราลงบนส่วนที่เขาลงนามในฎีกาแล้วพับปิด จากนั้นสั่งให้ขันทีน้อยข้างนอกเข้ามาเพื่อนำไปส่งที่สำนักมหาบัณฑิต เมื่อหันหน้ากลับมาเห็นเจียงเสวี่ยหนิงมีท่าทีอัดอั้นตันใจก็รู้สึกคับข้องตาม
ท่าทางเช่นนี้ช่างไร้ชีวิตชีวาเสียเหลือเกิน
เขามองอยู่นาน ทันใดนั้นก็เอ่ยว่า