“เจ้าฟังเรื่องที่ซุนซู่สอนไม่เข้าใจหรือ”
เจียงเสวี่ยหนิงเงยหน้ามองเขาด้วยความประหลาดใจทันที
เซี่ยเวย “ขาดเรียนหลายวัน ฟังเข้าใจก็แปลกแล้ว เรื่องนี้เดาไม่ยากหรอก”
อันที่จริงเจียงเสวี่ยหนิงไม่ได้ประหลาดใจที่เขาเดาเรื่องนี้ออก แต่แปลกใจเพราะเจ้าตัวยินดีจะเดาเป็นเรื่องนี้ต่างหาก ถึงอย่างไรเดิมทีเขายังมีท่าทีคล้ายตำหนิเรื่องที่นางเหม่ออยู่เลย แต่หากเขาใช้คำว่า ‘ฟังไม่เข้าใจ’ เช่นนั้นก็ไม่เกี่ยวอะไรกับนางอีก
ท่าทีของเซี่ยเวยคล้ายไม่ต้องการสืบสาวราวเรื่อง
นางกะพริบตาปริบ ๆ เกิดความคิดอุกอาจภายในใจ ลองถามเลียบ ๆ เคียง ๆ “ซุนเซียนเซิงสอนน่าเบื่อไร้สีสัน ศิษย์พยายามเค้นสมองแล้วก็ยังตามไม่ทัน ได้ยินว่าเซียนเซิงเป็นอัจฉริยะด้านพิณหมากล้อมอักษรภาพวาด เช่นนั้นท่านพอจะสอนได้หรือไม่เจ้าคะ”
คำพูดนี้เหยียบซุนซู่ใต้ฝั่าเท้าก่อน จากนั้นค่อยยกเซี่ยเวยขึ้นมา เป็นการยกยอปอปันและประจบเอาใจที่ไม่อาจชัดเจนไปมากกว่านี้อีก
เซี่ยเวยคิดว่าตามนิสัยของตนดังที่ผ่านมา คงต้องย่นหัวคิ้วบอกให้นางเที่ยงธรรมหน่อย
อย่างไรเสียในสถานศึกษาหลวงซุนซู่ก็หาใช่ผู้มีความสามารถธรรมดาทั่วไปไม่
แต่ครั้นเห็นนางยืนเอามือไพล่หลังด้วยท่าทีว่านอนสอนง่ายอยู่ตรงหน้า นัยน์ตาที่เมื่อยามเช้าเพิ่งมีแต่ความเหม่อลอยตรงหน้าต่างบัดนี้เปียมชีวิตชีวา ประหนึ่งกวางซวิ่น[1]ที่ไม่เคยพานพบมนุษย์ริมลำธารกลางปั่าเขา ทำให้อารมณ์ดีขึ้นไม่เบา
มุมปากแข็งค้า