บริเวณนั้นอยู่ใต้อาณัติของต๋าต๋า
เจียงเสวี่ยหนิงจำแนกได้ว่าตัวอักษรขนาดเล็กที่ปรากฏบริเวณขอบภาพเป็นภาษาของชนต่างเผ่า
ด้วยเหตุนี้นางถึงนึกออก ตอนนั้นต๋าต๋าเดินทางมาสู่ขอเชื่อมสัมพันธ-ไมตรี เคยสั่งให้ราชทูตนำแผนที่ต๋าต๋ามาถวายเสิ่นหลาง ดินแดนภาคกลางมีคำกล่าวแต่โบราณว่าการมอบแผนที่เท่ากับมอบผืนแผ่นดินและดินแดนบนแผนที่นั้นทั้งหมด!
เสิ่นหลางเป็นเจ้าผู้ปกครองที่ทะเยอทะยาน
หากสละแค่องค์หญิงซึ่งเป็นเชื้อพระวงศ์แล้วแลกกับการยอมสวามิภักดิ์ของต๋าต๋าได้ ไยจะไม่ทำเล่า
น่าเสียดายที่การอภิเษกสมรสเชื่อมสัมพันธไมตรีกับต๋าต๋านั้น สุดท้ายก็เหมือนการเจรจาขอหนังเสือจากเสือ ไม่กี่ปีต๋าต๋าจะฉีกสัญญา ยกพลเข้ารุกราน องค์หญิงใหญ่เสิ่นจื่ออีซึ่งมีสายเลือดของเชื้อพระวงศ์ต้าเฉียนไหลเวียนในกายต้องเสียสละตนภายใต้คมอาวุธแห่งอำนาจ…
เจียงเสวี่ยหนิงใคร่เปล่งวาจา ทว่าพูดไม่ออก
เสิ่นจื่ออียิ้มบาง “นึกว่าเจ้าจะมาปลอบใจข้าเสียอีก คิดไม่ถึงว่าพอพบหน้าก็หลั่งน้ำตา ต้องให้ข้าเป็นฝั่ายปลอบเสียอย่างนั้น ได้ยินว่าวันนี้เป็นวันเกิดเจ้าด้วยนี่นา มาร้องไห้โยเยมันใช้ได้ที่ไหนกัน เรื่องมงคลถูกเจ้าร้องไห้จนกลายเป็นเรื่องอัปมงคลหมดแล้ว เปินกงจู่ไม่ยอมนะ”
นางสั่งให้นางกำนัลยกสุราอาหารเข้ามา
จากนั้นจึงจูงมือเจียงเสวี่ยหนิงพร้อมปรายตามองฟางเมี่ยว ทว่ามิได้เอ่ยถามว่าเหตุใดคนอื่น ๆถึงไม่มาด้วย เพียงพูดขึ้นมาว่า “ไหน ๆ ก็มากันแล้ว คืนนี้