ยหนิง อดมีความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่นไม่ได้ “ถึงจะบอกว่าเตรียมตัวเพื่อไปอภิเษกสมรสเชื่อมสัมพันธไมตรี แต่ใครบ้างไม่รู้พระอุปนิสัยขององค์หญิงใหญ่ เกรงว่าทรงเคืองไทเฮาเข้าแล้วละเพียงแต่เรื่องของบ้านเมืองเป็นเรื่องใหญ่ ไหนเลยจะปล่อยให้องค์หญิงทรงทำตามพระทัยได้ เฮ้อ”
นางถอนหายใจอย่างจอมปลอม
เจียงเสวี่ยหนิงรู้สึกฝั่ามือคันยุบยิบ อยากจะตบปากพล่อย ๆ นี้สักสองฉาดให้สาแก่ใจ
ทว่าวันนี้ไม่เหมือนวันวานแล้วจริง ๆ
นางฝืนสะกดกลั้นเพลิงโทสะพร้อมเปล่งเสียงหัวเราะเย้ยหยัน มองเซียวซูแล้วพูดว่า “ถึงอย่างไรพวกเราก็เป็นพระสหายร่วมศึกษาขององค์หญิง เข้าวังมาช่วงปีใหม่ทั้งทีก็สมควรไปถวายพระพรองค์หญิงไม่ใช่หรือ”หากเป็นเมื่อก่อน ด้วยนิสัยกลิ้งกลอกเข้ากับทุกคนง่ายเช่นเซียวซู ย่อมเห็นด้วยกับข้อเสนอของเจียงเสวี่ยหนิงแน่
อย่างไรก็ตาม พระราชโองการให้เสิ่นจื่ออีเดินทางไปอภิเษกสมรสเชื่อมสัมพันธไมตรีที่ต๋าต๋าลงมาถึงแล้ว
องค์หญิงใหญ่ซึ่งยามนี้กำลังจะไปจากวังหลวงทั้งยังขัดแย้งกับไทเฮาและฮ่องเต้จนเกือบหาทางลงไม่ได้ผู้นี้ แม้ตนจะเคยสนิทสนมด้วยจริง ๆ ทว่าเมื่อชั่งใจอย่างหนัก สุดท้ายนางก็เผยรอยยิ้มพลางกล่าวเรียบ ๆ “บัดนี้องค์หญิงมีพระอารมณ์ไม่ดี แม้แต่ฝั่าบาทกับไทเฮายังไม่เสด็จไปพบ ไฉนพวกเราต้องไปรบกวนด้วยเล่า”พฤติกรรมละเอียดรอบคอบปราศจากช่องโหว่เล่นเอาเจียงเสวี่ยหนิงสะอิดสะเอียน กล่าวด้วยความเย็นชาโดยไม่เสแสร้งอีกต่อไป “