งซินแสจอมปลอมผู้นี้ยกชายกระโปรงวิ่งเข้ามาหาด้วยความรีบร้อน ชี้เหรียญทองแดงเมื่อครู่ให้ดูฟางเมี่ยวหอบเล็กน้อยทว่ายิ้มมีเสศนัย “คำทำนายบอกข้าว่าควรไปกับท่าน”
ในบรรดาพระสหายร่วมศึกษาจำนวนมากจากเรือนหยางจื่อ ฟางเมี่ยว ดูพิลึกสุด ไม่ว่าจะทำสิ่งใดก็ต้องขอให้เทพยดาทำนายถึงตัดสินใจได้
มุมมองที่เจียงเสวี่ยหนิงมีต่อสตรีผู้นี้จึงแปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูกเสมอมา
แท้จริงแล้วคำนวณโชคชะตาและดวงคนได้จริง ๆ หรือแค่ขอคำทำนายจากทวยเทพเพื่อจะได้หาข้ออ้างให้การตัดสินใจของตนดูไม่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ใด ๆ กันแน่ นางมองฟางเมี่ยวครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ส่งยิ้มให้ ไม่ได้ถามไถ่อะไรมากนัก เดินมุ่งตรงไปยังตำหนักหมิงเฟิง
บทที่ 150 บะหมี่อายุยืน (2)เจียงเสวี่ยหนิงเป็นห่วงเสิ่นจื่ออีมากจริง ๆ
ช่วงเวลาภายในวังหลวง เสิ่นจื่ออีคอยดูแลและดีต่อนาง
นางมิใช่คนไร้ใจ แล้วจะสงบจิตสงบใจได้อย่างไรเล่า
ท้องฟั้ามืดลง
ขณะที่นางกับฟางเมี่ยวเดินไปถึงตำหนักหมิงเฟิง ภายนอกก็จุดโคมไฟแล้ว
ใต้เงาโคมแลเห็นนางข้าหลวงผู้หนึ่งกำลังยืนปาดคราบน้ำตาบริเวณหางตาเงียบ ๆ นอกตำหนักบรรทม ไม่ได้พบหน้ากันเกือบเดือนเหมือนจะซูบเซียวลงมาก หากไม่ใช่หัวหน้ากองซูผู้รักใคร่เสิ่นจื่ออีเสมอมาแล้วยังจะเป็นใครได้อีก
เจียงเสวี่ยหนิงดวงใจหนักอึ้ง เดินเข้าไปคารวะ “หัวหน้ากองซู องค์หญิงประทับอยู่ในตำหนักหรือไม่เจ้าคะ”
หางตาของหัวหน้ากองซูยังคงแดงเรื่อ เมื่อช้อนดวงตา