อนไม่ได้ สลัดความประหลาดใจเรื่องที่ ‘ตนได้นั่งรถม้าของเซี่ยเวยอย่างเหนือความคาดหมาย’จนหมดสิ้นทันที อย่างไรเสียเซี่ยเวยก็เป็นอาจารย์ของนาง ครั้นลูกศิษย์เช่นนางประสบอุบัติเหตุ หากเซี่ยเวยจะให้ยืมใช้รถม้าก็ไม่น่าเป็นเรื่องใหญ่โตอันใดกระมัง
ตอนมาถึงหน้าประตูวังก็เป็นเวลาโพล้เพล้
เตาฉินเชิญนางลงจากรถ
เจียงเสวี่ยหนิงกล่าวขอบคุณ นางรู้ว่าแม้หนุ่มน้อยผู้นี้จะดูเหมือนคนเก็บเนื้อเก็บตัวประหยัดถ้อยคำ แต่ก็เป็นยอดฝีมือด้านการยิงเกาทัณฑ์ซึ่งคร่าชีวิตได้ทุกดอก มิหนำซ้ำตนยังเจอมามากกว่าหนึ่งครั้ง ดังนั้นจึงไม่กล้าเอื้อมไปแตะมือเขาเพียงกระโดดลงจากรถม้าด้วยตนเอง
ทุกคนที่เรือนหยางจื่อมากันครบแล้ว
เจียงเสวี่ยหนิงซึ่งเสียเวลาระหว่างทางจึงมาถึงเป็นคนสุดท้ายอย่างไม่ต้องสงสัย
เซียวซูนั่งอยู่กลางวงล้อมของพระสหายร่วมศึกษาจำนวนหนึ่ง นางสวมชุดชาววังสีเหลืองผลซิ่งงามสง่า มือข้างหนึ่งประคองเตาอุ่นมือปิดลายทองวิจิตรประณีต ส่วนอีกข้างก็คีบตัวหมากกำลังเดินหมากกับเฉินซูอี๋
ที่ผ่านมานางงดงามฉูดฉาดประดุจดอกโบตั๋นทว่ายามเจียงเสวี่ยหนิงเดินเข้ามาจากระเบียงทางเดินและแลเห็นอีกฝั่าย กลับรู้สึกว่าคิ้วตาซึ่งบรรจงแต่งแต้มด้วยความตั้งใจคล้ายแฝงความกลัดกลุ้มที่ไม่อาจลบเลือน ทำให้หวนนึกถึงละครฉากเด็ดที่จวนกั๋วกงช่วงหลายวันที่ผ่านมาจนอดเปล่งเสียงหัวเราะในใจไม่ได้
เฉินซูอี๋มองเห็นนางก่อน ดวงตาฉายประกายแปลกประหลาด กล่าวกลั้วหัวเร