ัดลงโทษทิ้งโดยไม่เหลือบแลนางแม้แต่น้อย เขายกน้ำชาขึ้นดื่มพร้อมกล่าวเสียงดังกับคนด้านนอก “เจี้ยนซู ไปบอกให้เตาฉินนำฎีกาในรถม้าของข้าออกมา จากนั้นส่งนางเข้าวัง”
เจี้ยนซูเข้ามาเชิญตัวเจียงเสวี่ยหนิงไป
เจียงเสวี่ยหนิงยังไม่ได้สติคืนกลับ หัวสมองยังคงคิดว่า คนเลือดเย็นแล้งน้ำใจอย่างเซี่ยเวยถึงกับตีข้าในวันเกิดจริงหรือนี่ นางประคองมือซึ่งถูกตีจนเป็นรอยแดงเข้าไปนั่งในรถม้าของเซี่ยเวยด้วยความโกรธเหลือแสน
รถม้าของเตาฉินมุ่งตรงไปยังวังหลวง
เมื่อเจี้ยนซูกลับมาก็เห็นหลี่ว์เสี่ยนซึ่งก่อนหน้านี้หลบเข้าไปในห้องลับ ไม่รู้ว่าเดินอ้อยอิ่งกลับมาเมื่อใด ยามนี้กำลังใช้สายตาพินิจพิเคราะห์มองเซียนเซิงของตน
เจี้ยนซูครุ่นคิดสักพัก “เตาฉินไปส่งคุณหนูรองหนิงแล้ว ทางด้านคุณชายติ้งเฟยจะให้บ่าวไปด้วยตนเองหรือไม่ขอรับ”
เซี่ยเวยวางถ้วยชาบนฝั่ามือ ทว่าไม่ได้ดื่มเขามองระลอกคลื่นน้ำชาซึ่งกำลังแผ่กระจายครู่หนึ่ง กลับเอ่ยว่า “ไม่จำเป็นแล้ว ปล่อยเขาก่อเรื่องไปเถิด”
เจี้ยนซูนิ่งอึ้ง
เซี่ยเวยย่นหัวคิ้วคล้ายหงุดหงิดสับสนอยู่บ้างเขาคลายมือปล่อยให้ฝาครอบประกบปิดปากถ้วยจนกระทบกันเสียงดัง ก่อนจะวางกลับไปมุมโต๊ะ “สรุปคือมีข้าคอยรับผิดชอบ ไม่มีทางเกิดเรื่องใหญ่หรอก”
เจี้ยนซู “…”
หลี่ว์เสี่ยน “…”เหอะ ๆ ทีตอนนี้ล่ะมาบอกว่าตัวเองรับผิดชอบ ก่อนหน้านี้ใครกันนะบอกว่าต้องควบคุมเซียวติ้งเฟยให้ก่อเรื่องน้อยลงเสียบ้างน่ะ
——————–
1. วันถัด