้เห็นรำไร
สุดท้ายไม้บรรทัดไม้ไผ่ที่เขาเงื้อก็ไม่ได้ตี
เจียงเสวี่ยหนิงรออยู่ครึ่งค่อนวัน จิตใจร้อนรนกระวนกระวาย เมื่อไม่รู้สึกเจ็บปวดตามที่คาดไว้จึงแอบลืมตา
เซี่ยเวยถาม “วันนี้เป็นวันเกิดเจ้าหรือ”
เจียงเสวี่ยหนิงดวงตาเป็นประกาย เพียงคิดก็รู้แล้วว่าคนอย่างเซี่ยเวยไม่มีทางรู้วันเกิดนางหรอก คงเพราะเห็นสร้อยข้อมือที่ตนสวมก็เลยถาม นางจึงใช้ความคิดแล้วตอบกลับด้วยท่าทีน่าเวทนา “ใช่เจ้าค่ะ วันนี้ศิษย์เป็นเจ้าของวันเกิดแต่เนื่องจากต้องเข้าวังทำให้ไม่ได้ฉลอง ทั้งยังไม่ได้กินไม่ได้ดื่มอะไรดี ๆ สักอย่าง แม้แต่บะหมี่อายุยืน[3]ยังไม่มีผู้ใดทำให้ แล้วนี่เซียนเซิงก็ยังจะลงโทษศิษย์อีก! ศิษย์สำนึกผิดแล้ว ภายหลังจะไม่กล้ากระทำผิดซ้ำ โปรดเห็นแก่ข้าที่ต้องฉลองวันเกิดอย่างน่าสงสาร ละเว้นสักครั้งเถอะนะเจ้าคะ”
เซี่ยเวยไม่เอ่ยวาจา
เจียงเสวี่ยหนิงขวัญกล้าขึ้นเล็กน้อย “ท่านเงียบคือตอบรับแล้ว?”
นางหดมือกลับ
ขณะนี้เองพลันบังเกิดเสียง ‘เพียะ’ ไม้บรรทัดลงโทษในมือเซี่ยเวยฟาดกลางฝั่ามือนางอย่างไม่ไว้ไมตรี เจ็บจนนางชักมือกลับไปกำแน่นมองเขาด้วยความเดือดดาล
เซี่ยเวยกล่าวด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์ “การลงโทษวันนี้จะไม่นับถึงวันพรุ่ง คนสำมะเลเทเมาไร้แก่นสารเช่นเซียวติ้งเฟย หากข้ารู้ว่าเจ้ายังลอบไปมาหาสู่ด้วยอีกละก็จะไม่มีวันละเว้นโดยง่ายดายแบบนี้อีกแน่”เจียงเสวี่ยหนิงทั้งตกใจและกริ่งเกรง มองเขาน้ำตาคลอหน่วย
เซี่ยเวยโยนไม้บรรท