ยื่นมือมา”
ครั้นเจียงเสวี่ยหนิงได้ยินสองคำนี้เส้นผมบนศีรษะก็ลุกชัน ยังจำตอนถูกตีขณะยื่นมือขอตั๋วแลกเงินจากเซี่ยเวยครั้งก่อนได้ นางกลัวเจ็บนอกจากจะไม่ยื่นมือแล้วยังตกใจจนกระถดถอยก้าวหนึ่งด้วย
เซี่ยเวยพูดขึ้นว่า “เจ้ารับข้าวของของเซียวติ้งเฟย นี่จะอธิบายเช่นไร”ครานี้เจียงเสวี่ยหนิงถึงกับลืมเลือนเรื่องที่ตนพูดพลั้งผิดเมื่อครู่ไปสิ้น เปล่งเสียงตะโกนว่า“ศิษย์เชี่ยวชาญการก่อกวนคน ในเมื่อเขาเป็นฝั่ายขอร้องให้สอน ข้าจึงชี้แนะไปเล็กน้อย หากเขาจะมอบค่าเล่าเรียนให้บ้างก็คงไม่เกินเลยไปกระมังเจ้าคะ”
เซี่ยเวยแค่นหัวเราะ “เก่งกล้าสามารถนักนะถึงกับเป็นอาจารย์ได้แล้วหรือ”
เจียงเสวี่ยหนิงยังคิดจะเถียง แต่เมื่อเห็นเขาหน้าถมึงทึงนิด ๆ จนน่ากลัวยิ่งกว่าเมื่อครู่เสียอีกก็อดร่างสั่นสะท้านไม่ได้ หุบปากในบัดดล
ไม้บรรทัดไม้ไผ่วางอยู่ขอบโต๊ะไม่ใช่ชนิดที่อาจารย์ใช้ในห้องเรียน แต่เป็นสิ่งที่หลี่ว์เสี่ยนขอกลับมาหลังจากไปฟังไต้ซือสาธยายธรรมที่วัด
ขนาดกำลังเหมาะมือ
เซี่ยเวยถือเงื้อ ยังคงบอกว่า “ยื่นมือมา”
เจียงเสวี่ยหนิงรู้ดีแก่ใจว่าถึงอย่างไรก็ต้องโดนตี นางจึงหลับตาแบมือยื่นให้
เซี่ยเวยตั้งใจจะตีนางสองครั้งจริง ๆ ให้รู้จักหลาบจำ ทว่าข้อมือที่ยื่นออกมาผูกกระพรวนทองคำขนาดกระจุ๋มกระจิ๋มซึ่งส่งเสียงเล็กน้อยยามแกว่งไกวเบา ๆ ส่วนเชือกสีแดงก็ช่วยขับเน้นให้ผิวพรรณทวีความขาวผุดผ่อง
ท้องแขนปรากฏรอยแผลเป็นจากการกรีดเฉียงให